BPP มั่นใจครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง รับดีมานด์ไฟสหรัฐฯ พุ่ง ดัน EBITDA ปี 68 เข้าเป้าโต 20% เร่งเจรจา M&A และเล็งลงทุน SMR
Categories : Update News, Stock Market, Energy
Public : 25/08/2025BPP มั่นใจครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง รับดีมานด์ไฟสหรัฐฯ พุ่ง ดัน EBITDA ปี 68 เข้าเป้าโต 20% ลุยเจาะตลาด “Power Trading” สหรัฐ ตอกย้ำผู้บุกเบิกผลิต “พลังงาน” ยั่งยืน เตรียมชงกระทรวงพลังงานขอขยายอายุโรงไฟฟ้า BLCPออกไป 10 ปี ส่งผลต้นทุนค่าไฟฟ้า เดินหน้าแผนลงทุน 5 ปียังตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่อีก 1,500 เมกะวัตต์ งบลงทุน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เร่งเจรจา M&A เพิ่ม และเล็งลงทุน SMR
นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลัง 2568 จะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อนของสหรัฐฯ และการเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center โดยเฉพาะในรัฐเท็กซัส ส่งผลให้โรงไฟฟ้า Temple I และ Temple II มีผลประกอบการที่ดีขึ้น พร้อมคงเป้าหมายทั้งปี 2568 ว่า EBITDA จะเติบโตประมาณ 20% จากปีก่อน
ขณะเดียวกัน บริษัทได้เลื่อนการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าถ่านหิน BLCP หน่วยที่ 2 จากไตรมาส 3 ปีนี้ไปเป็นปี 2569 ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า 100 ล้านบาท และยังสามารถขายไฟฟ้าครบตามสัญญาเร็วกว่ากำหนด พร้อมเตรียมขายไฟนอกสัญญาราว 1 เดือน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างเจรจากับกระทรวงพลังงานเพื่อขยายอายุโรงไฟฟ้า BLCP ออกไปอีก 10 ปี จากเดิมที่จะหมดอายุในปี 2575
สำหรับ งบลงทุนปี 2568 BPP วางไว้ 200–400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยครึ่งปีแรกใช้ไปแล้วประมาณ 20 ล้านเหรียญฯ ลงทุนในธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ที่ญี่ปุ่น โครงการ Iwate Tono ซึ่งได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนงบที่เหลือเตรียมสำหรับการลงทุนและ M&A โรงไฟฟ้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่อยู่ระหว่างพิจารณาหลายโครงการ
BPP ยังมีโครงการ BESS ในญี่ปุ่นอีก 3 โครงการอยู่ระหว่างก่อสร้าง และในอนาคตมีแผนขยายเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ พร้อมทั้งศึกษาโอกาสลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
ด้าน แผนการลงทุน 5 ปี บริษัทตั้งงบรวม 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ 1,500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตรวมราว 3,600 เมกะวัตต์ พร้อมตั้งเป้าให้ EBITDA เติบโตมากกว่า 1.5 เท่า
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2568 BPP มีกำไรสุทธิ 1,846 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมี EBITDA รวม 4,486 ล้านบาท จากปัจจัยบวกทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่ปรับตัวดีขึ้น การบริหารต้นทุนถ่านหินโรงไฟฟ้า CHP ในจีนอย่างมีประสิทธิภาพ รายได้จากการขายสิทธิปล่อยก๊าซคาร์บอน รวมถึงกำไรจากการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาพลังงาน
นายอิศรา กล่าวเพิ่มเติมว่า “BPP ไม่ได้หยุดเพียงการผลิตไฟฟ้า แต่ยังต่อยอดสู่ธุรกิจ Power Trading ในตลาดเสรีสหรัฐฯ ผ่านบริษัทลูก BPPUS สร้างรายได้จากการซื้อขายสิทธิรายได้ความแออัดของระบบสายส่ง (Congestion Revenue Rights: CRR) ซึ่งครึ่งปีแรกมีรายได้กว่า 133 ล้านบาท และเตรียมขยายสู่ตลาด ICE เพื่อสร้างกำไรจากธุรกิจซื้อขายไฟล่วงหน้าในอนาคต”
ทั้งนี้ BPP ยังดำเนินธุรกิจค้าปลีกไฟฟ้าในสหรัฐฯ ผ่าน BKV Energy ที่เพิ่งได้รับรางวัล "Best Electricity Company" จาก Houston Chronicle สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในรัฐเท็กซัส
