KTC จับมือพันธมิตรผลักดันการใช้พลังงานสะอาดในครัวเรือน เผยภาพรวม 7 ด. การใช้จ่ายผ่านบัตรโต 3% คาดสิ้นปีนี้เติบโตเท่าตัว

Categories : Update News, Finance

Public : 28/08/2025

ถือเงินรอ!! ติดโซล่ารูฟบนหลังคา ลดหย่อนภาษี ได้ 2 แสน  KTC จับมือพันธมิตรผลักดันการใช้พลังงานสะอาดในครัวเรือน เผยภาพรวม 7 ด. การใช้จ่ายผ่านบัตรโต 3% คาดสิ้นปีนี้เติบโตเท่าตัว

นางสาวจารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยว่า ทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมตรีในเรื่องมาตรการส่งเสริมการติดตั้ง Solar rooftop ในบ้านอยู่อาศัยด้วยมาตรการทางภาษี เพื่อกระตุ้นให้ประขาชนลงทุนติดตั้ง Solar rooftop เพื่อเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนและลดภาระค่าไฟฟ้าในครัวเรือน โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการติดตั้ง Schar rootop ในภาคครัวเรือนทั่วประเทศ และ เพิ่มสัดส่วนของมาตรการการใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งกลุ่มเป้าหมาย คือ ประชาชนกลุ่มบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้ง Solar rooftop ในส่วนสิทธิประโยชน์ทางภาษี จะสามารถนำเงินลงทุนในการติดตั้งระบบ Solar rootop มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมตา ในวงเงินที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 200,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยคาดว่าจะมีประชาชนที่มีการใช้จ่ายค่าไฟฟ้า 2,000 บาทต่อเดือนเข้ามาใช้สิทธิ์ดังกล่าว ซึ่งคาดว่า จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในสิ้นปีนี้

นางสาวอำนวยพร ประกอบนพเก้า กรรมการผู้จัดการ GULF1 และ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ GULF ในเครือ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า GULF มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้ได้มากกว่า 40% หรือ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 10,000 เมกะวัตต์(MW) ภายในปี 2578 จากปัจจุบันมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 10% หรือ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1,000 เมกะวัตต์(MW) และ มุ่งสู่เป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยทาง GULF1 และ แบรนด์โซลาร์บ้านครบวงจร "วันอาทิตย์" จึงมีแผนงานที่ชัดเจนในการทำให้พลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปเป็นเรื่องที่ตัดสินใจง่ายสำหรับทุกครัวเรือน มีจุดเด่นเรื่องความปลอดภัยและงานติดตั้งที่ได้มาตรฐาน ผู้ใช้งานสามารถดูข้อมูลการประหยัดไฟได้แบบเรียลไทม์ แบรนด์ "วันอาทิตย์" ไม่ได้เป็นแค่โซลาร์บ้าน แต่เป็นโซลูชั่นที่จะช่วยเติมความสุขให้กับทุกคนในครอบครัวที่ได้ทำกิจกรรรมร่วมกันได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับค่าไฟ

นอกจากนี้ GULF1 ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย เช่น AIS เพื่อขยายช่องทางการเข้าถึงลูกค้าผ่าน AIS Shop ทั่วประเทศ รวมไปถึงเคทีซี พันธมิตรด้านการเงินที่แข็งแกร่ง นำเสนอทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย ทำให้การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมีความคุ้มค่าในระยะยาว สะท้อนความมุ่งมั่นในการส่งมอบโซลาร์รูฟท็อปที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และ คุ้มค่าสำหรับทุกคน

" การที่ GULF ควบรวมกับอินทัช ซื่งถือหุ้นใหญ่ ADVANC หรือเอไอเอส ผู้ให้บริการมือถือ และโครงข่ายอินเตอร์ ซึ่งเป็นการควบระหว่างโฮลเซลและรีเทล ทำให้มีระบบนิเวศน์ที่จะให้บริการได้รอบ แต่ จะเห็นความร่วมมือ เพื่อลูกค้ามากขึ้น เช่นติดโซล่า พ่วงดูบอลพรีเมี่ยหลีกเป็นต้น“

นายเกริก ยิ้มพรพิพัฒน์ผล Smart Residential Director บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน จำกัด เปิดเผยว่า SCG มีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 และ ยึดหลัก ESG เป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจ ไม่เพียงพัฒนาโซลูชันเพื่อภาคอุตสาหกรรม แต่ยังมุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้กับทุกครอบครัวในระดับบ้านพักอาศัย ความยั่งยืนวันนี้ไม่ใช่เรื่องสวยหรูอีกต่อไป แต่ คือ โครงสร้างต้นทุนใหม่ของบ้าน วัสดุและระบบที่ประหยัดพลังงานช่วยลดค่าไฟลงได้จริง พร้อมยกระดับคุณภาพอากาศ และ ความสบายในระยะยาว จึงพัฒนาวัสดุที่ลดการถ่ายเทความร้อน ควบคู่กับระบบโซลาร์และการจัดการพลังงาน เพื่อให้เจ้าของบ้านเห็นผลการประหยัดได้ตั้งแต่เดือนแรกที่ใช้งาน

ONNEX by SCG จึงเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทั้งด้านพลังงานและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น SCG Solar Roof ที่ช่วยผลิตไฟฟ้าใช้เอง ONNEX Active Air Flow ที่ระบายความร้อน และ ทำให้บ้านเย็นสบายขึ้น และ ONNEX Active Air Quality ที่เติมอากาศสะอาด กรองฝุ่น และ มลพิษ เพื่อสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย และ เพื่อให้เจ้าของบ้านสะดวกที่สุด จึงมี Smart Living plus application แอปเดียวที่รวมเอาทุกอุปกรณ์ของ Onnex เข้าด้วยกัน เหมือนมีผู้ช่วยคอยดูแลบ้าน ทำให้การอยู่อาศัยทั้งสบายขึ้น ฉลาดขึ้น และ มั่นใจได้มากขึ้น

” การมีภาษีเข้ามาลดหย่อนจะทำให้การคุ้มทุนเร็วขึ้น จากเดิม 3ปีอาจเหลือ2ปี  และจะประหยัดเงินในกระเป๋าเช่นถ้าครัวเรือนไหนจ่ายค่าไฟ4พันล้าน ค่าติดเมื่อผ่อนผ่านบัตร กับการมีไฟฟ้าใช้เอง เทียบกับจ่ายค่าไฟ ถือว่ามีเงินทอน คือตกต่อเดือนจะอยู่ที่ 3,500 บาท เพราะค่าแผงลดลงมาแล้ว หลังค่าเรือนไม่ถึงแสนบาทแต่ก็ขึ้นกับขนาดพื้นที่ “

นายรักพงศ์ อรุณวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์ กลยุทธ์และความยั่งยืนองค์กร บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เปิดเผยว่า โฮมโปรได้เข้าไปช่วยดูแลจัดการสินค้าเก่าที่ไม่ใช้แล้วจากบ้านลูกค้าโฮมโปร โดยช่วยนำไปจัดการให้อย่างถูกวิธี ภายใต้โครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โฮมโปรทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมผู้ผลิตที่ต้องการพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่กับผู้บริโภคที่ต้องการเปลี่ยนของเก่าอย่างคุ้มค่า และ จัดการอย่างถูกวิธี ปัจจุบันโฮมโปรรับเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้วกลับมากว่า 300,000 ชิ้น ซึ่งจะนำไปจัดการให้อย่างถูกวิธี โดยบริษัทที่มีใบรับรองตามกฏหมายเป็นผู้ดำเนินการ และ นำกลับมาผลิตเป็นสินค้าใหม่ ที่เรียกว่า “สินค้ารักษ์โลก หรือ Circular Products” นอกจากนี้ ในปี 2568 โฮมโปรเดินหน้าขยายไลน์สินค้ารักษ์โลก ร่วมกับพันธมิตรหลายหลายแบรนด์ชั้นนำ เพิ่มรายการสินค้าที่สามารถนำมาแลกได้มากกว่าเดิมถึง 8,000 รายการ เพื่อผลักดันให้ Circular Economy เป็นเรื่องที่ทำได้จริงในทุกบ้าน ตลอด 2 ปีที่ผ่านมามีลูกค้านำของเก่ามาแลกมากกว่า 300,000 ชิ้น คิดเป็นสัดส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้ามากกว่า 80% พร้อมตั้งเป้าให้สินค้ารักษ์โลกมีสัดส่วน 20% ของยอดขายภายในปี 2030

นายณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต หมวดบ้านและเฟอร์นิเจอร์ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยถึงมุมมองการทำ SD ของบริษัทว่า เคทีซีขับเคลื่อนกลยุทธ์ และ การดำเนินงานเพื่อตอบสนองความต้องการ แล ะรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนแปลง ควบคู่การบูรณาการแนวคิดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกกระบวนการดำเนินงาน โดยยึดหลักการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบเชิงลบและสร้างคุณค่าในระยะยาว เพื่อส่งเสริมให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมในทุกมิติ โดย มิติ Environment (E) เคทีซีเข้าร่วมโครงการ “Care the Bear” ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อเนื่อง และ สามารถลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ได้มากกว่า 110,000 กิโลกรัมในปี 2022 เพียงปีเดียว เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 12,000 ต้น ผ่านการลดการใช้กระดาษและพลาสติกในการประชุมผู้ถือหุ้น โดยปัจจุบันได้มีปรับเปลี่ยนการประชุมเป็นรูปแบบออนไลน์แทน

ขณะเดียวกันยังเดินหน้า ดิจิทัลโซลูชัน อย่าง E-Application , E-Statement , E-Coupon และ E-Payment ที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรพร้อมอำนวยความสะดวกแก่สมาชิก ด้าน Social (S) เคทีซีผลักดันความหลากหลายและการมีส่วนร่วม (DEI) ผ่านเวที “Beyond Rainbow” ที่เปิดพื้นที่ให้ธุรกิจและแรงงานไทยตระหนักถึงบทบาทของ LGBTQ+ และ สร้างความเท่าเทียมเชิงนโยบายและปฏิบัติ และ ในด้าน Governance (G) บริษัทได้ยกระดับโครงสร้างด้วยการจัดตั้ง Audit , Corporate Governance , and Sustainability Committee เพื่อดูแลการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส รับผิดชอบ และ ยังได้รับการประเมิน ESG Rating ระดับ AAA จากตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อเนื่อง รวมถึงเป็นสมาชิก ESG100 มากว่า 9 ปี ยืนยันถึงความจริงจังด้านธรรมาภิบาล

"KTC ยังมุ่งสร้างระบบนิเวศพลังงานสะอาดสำหรับครัวเรือน โดยร่วมกับพันธมิตรภาคธุรกิจ เปิดแคมเปญเซฟคุณ เซฟโลก เพื่อช่วยสมาชิกเข้าถึง และ รับความรู้ความเข้าใจในการเลือกการติดตั้งโซลาร์ รูฟได้ง่ายขึ้นอย่างเหมาะสม พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านการเงิน ด้วยทางเลือกผ่อนชำระ 0% เครดิตเงินคืน และ คูปองส่วนลด นอกจากนี้ ยังสนับสนุนสิทธิพิเศษสำหรับสินค้าวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและบริการประหยัดพลังงาน เพื่อให้ครัวเรือนสามารถร่วมพัฒนาความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อสังคมและโลกของเราในระยะยาว โดยข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดบ้านและเฟอร์นิเจอร์ครอบคลุมโซลาร์รูฟ ภาพรวมใน 7 เดือนที่ผ่านมาเปรียบเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีแนวโน้มที่ยังเติบโตสูงขึ้น 3% โดยคาดการณ์จนถึงสิ้นปีนี้ น่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 6% เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการช่วยให้สมาชิกประหยัดค่าใช้จ่ายรายเดือน แต่ คือ การสร้างคุณค่าเชิงบวกที่ยั่งยืน”นายณัฐสิทธิ์ กล่าว