“รักษ์ลำน้ำมูล” ซีพีเอฟ จับมือชาวโคราช ปลุกพลังรักษ์ป่า ปั้นเยาวชนเป็น “นักสืบสายน้ำ”
Categories : Update News, ESG News
Public : 29/08/2025“รักษ์ลำน้ำมูล” ซีพีเอฟ จับมือชาวโคราช ปลุกพลังรักษ์ป่า ปั้นเยาวชนเป็น “นักสืบสายน้ำ”
วันนี้อุทยานแห่งชาติทับลาน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ไม่ได้มีแค่เสียงนกก้องป่า แต่ยังมีความคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อคนทุกวัยที่มีหัวใจรักธรรมชาติมารวมพลังทำกิจกรรม “รักษ์ลำน้ำมูล” เพื่อดูแลและฟื้นฟูแม่น้ำสายสำคัญของอีสาน “ลำน้ำมูล” ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนตั้งแต่นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ จนถึงอุบลราชธานี
เพราะการดูแลแม่น้ำสายนี้ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือภารกิจร่วมกันของทุกคนที่จะส่งต่อความอุดมสมบูรณ์ให้ลูกหลานได้ใช้ชีวิตอย่างสดชื่นในอนาคต
“การปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นคุณค่าและร่วมกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา
‘โครงการรักษ์ลำน้ำมูล’ ของซีพีเอฟเป็นตัวอย่างชัดเจนของความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ และชุมชนที่ช่วยฟื้นฟูป่า อนุรักษ์แหล่งน้ำและปลูกฝังจิตสำนึกการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
เพราะลำน้ำมูลไม่ใช่เพียงแค่แม่น้ำ แต่คือสายใยชีวิตของพี่น้องชาวโคราช” นายพีรวัฒน์
ธีระวัฒนา นายอำเภอครบุรี กล่าว
“โครงการรักษ์ลำน้ำมูล” จากความร่วมมือที่ยาวนานกว่า16 ปี ที่ซีพีเอฟ โดยโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ นครราชสีมา ริเริ่มขึ้นโดยตลอดระยะทางมีภาครัฐ และชุมชน เป็นพลังสำคัญในความสำเร็จตลอดมา กิจกรรมล่าสุด
เป็นการปลูกต้นไม้ 2,000 ต้น และปล่อยพันธุ์ปลาพื้นถิ่นกว่า 85,000 ตัว ลงเขื่อนมูลบน ทั้งปลาตะเพียน ยี่สก ปลาหมอ และปลาสร้อยขาวเพื่อฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
น้องฝ้าย - ด.ญ.อัญชิสา
ช่วยชุม รร.จอมทองวิทยา เล่าอย่างภูมิใจพร้อมรอยยิ้มกว้างว่า “หนูชอบมากที่ได้มาปลูกป่ากับเพื่อนๆ
รู้สึกว่าบ้านเราจะมีป่าสมบูรณ์ขึ้นแถมยังได้เรียนรู้วิธีปลูกต้นไม้ที่ถูกต้องจากพี่ๆ ซีพีเอฟแล้วก็ยังได้ปล่อยปลาด้วย อยากชวนทุกคนมาทำกิจกรรมดี ๆ แบบนี้เพราะได้ทั้งความสนุกและใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์ด้วย”
ขณะที่ นายอภิศักดิ์ สุขประเสริฐผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน บอกว่า “การเข้ามาของซีพีเอฟช่วยเติมเต็มสิ่งที่พื้นที่ยังขาด
ไม่ว่าจะเป็นการปลูกและบำรุงรักษาป่า
รวมถึงการปล่อยปลาเพื่อเพิ่มแหล่งอาหารให้ชุมชน ตลอดเวลาที่ผ่านมา
เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน จากผืนป่าเสื่อมโทรมกว่า 100 ไร่ที่เคยแห้งแล้ง
กลับฟื้นคืนเป็นป่าเขียวชอุ่มอีกครั้ง ปริมาณปลาก็เพิ่มขึ้น
ทำให้ชาวบ้านมีอาหารบริโภคได้ตลอดทั้งปี”
“รักษ์ลำน้ำมูล” ไม่ได้สร้างแค่ป่าและปลา
แต่ยังสร้าง “พลังร่วม” ของรัฐ เอกชน และชุมชน
ที่จับมือกันดูแลแม่น้ำสายชีวิตให้คงความอุดมสมบูรณ์ หลักปรัชญา
“3 ประโยชน์” ของเครือซีพี ‘ประโยชน์ต่อประเทศ
ประโยชน์ต่อประชาชน ประโยชน์ต่อบริษัท’
โดยเฉพาะในด้านประโยชน์ต่อประเทศชาติและต่อประชาชน จึงถูกถ่ายทอดผ่านพื้นที่จริง ที่วันนี้กลายเป็นทั้ง
ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ ครัวธรรมชาติ ห้องเรียนกลางแจ้ง และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน
ไปพร้อมกัน
ไม่หยุดแค่ปลูกป่า–ปล่อยปลา
ซีพีเอฟยังเดินหน้าต่อยอดด้วย “โครงการนักสืบสายน้ำ” ปีที่ 13
ถ่ายทอดความรู้ให้เยาวชนได้เรียนรู้การตรวจสอบคุณภาพน้ำ เข้าใจคุณค่าของป่าต้นน้ำ
และปลูกหัวใจสีเขียวให้คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาช่วยดูแลธรรมชาติด้วยตัวเอง จนถึงปัจจุบันมีน้องๆ เยาวชน ร่วมเป็นนักสืบสายน้ำแล้วกว่า
2,500 คน
ตลอด 16 ปีแห่งความต่อเนื่อง
โครงการนี้ไม่เพียงฟื้นฟูระบบนิเวศ แต่ยังสร้างความสามัคคี ความรู้สึกเป็นเจ้าของ
และความภูมิใจของทุกภาคส่วน “รักษ์ลำน้ำมูล” จึงไม่ใช่แค่การดูแลธรรมชาติ
แต่คือการ “ปลูกหัวใจ” ให้ผู้คนเติบโตพร้อมความรักและความหวงแหนสิ่งแวดล้อม
ที่สุดแล้ว…นี่คือ “ความดีที่ส่งต่อได้”
จากรุ่นสู่รุ่น และตราบใดที่สายน้ำยังไหล
ลำน้ำมูลก็จะยังคงเล่าเรื่องราวของความร่วมมือ ความรัก
และความดีที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ฟัง “เสียงจากคนลงมือจริง” >> https://youtu.be/j7RED1VKS4I?si=LkNRfS9lanOSw4e3 