อนันดาฯ โชว์แกร่ง ยอดจองหุ้นกู้ล้นเกินกว่ายอดเสนอขายถึง 1.5 เท่า ปิดยอดจองซื้อเต็มจำนวน 1,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่น พร้อมศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืน
Categories : Update News, Stock Market, Property
Public : 15/09/2025บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ประกาศความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 6.75% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เป็นหุ้นกู้มีหลักประกันมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.5 เท่าของยอดหุ้นกู้ที่ออกและเสนอขายได้ ให้แก่นักลงทุนสถาบัน และ/หรือนักลงทุนรายใหญ่ ทำให้สามารถปิดยอดจองซื้อไปได้เต็มจำนวน 1,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพการดำเนินงาน และพื้นฐานทางการเงินของบริษัทฯ ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนของตลาดตราสารหนี้ไทย
นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเสนอขายหุ้นกู้ในแต่ละครั้ง โดยจัดสรรอย่างเหมาะสมกับแผนการดำเนินธุรกิจ และบริหารจัดการทางการเงินด้วยความละเอียดรอบคอบ พร้อมให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นกู้ของบริษัททุกราย และการที่หุ้นกู้ของอนันดาฯ ได้รับการจองซื้อเกินกว่ายอดเสนอขายถึง 1.5 เท่า ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพการดำเนินงานและวินัยทางการเงินของบริษัท ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์อนันดาฯ ในฐานะผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า และความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
อนันดาฯ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปใช้ในการชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระในเดือนมกราคม 2569 ทั้งนี้การชำระคืนหุ้นกู้ดังกล่าวจะช่วยลดภาระหนี้สินของบริษัทฯ และส่งผลให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยอนันดาฯ ยังคงยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง และการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นใจและผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น และลูกค้าของอนันดาฯ ในระยะยาว
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เผยว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการออกและเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 6.75% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เป็นหุ้นกู้มีหลักประกันมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.5 เท่าของยอดหุ้นกู้ที่ออกและเสนอขายได้ โดยเสนอขายแก่นักลงทุนสถาบัน และ/หรือนักลงทุนรายใหญ่ เปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 8 – 10 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา
ได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนที่ดีเกินคาดเป็นอย่างมาก โดยมียอดจองซื้อสูงถึง 1.5 เท่า สามารถปิดยอดจองซื้อไปได้เต็มจำนวน 1,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่ออนันดาฯ ความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความคุ้มค่าแก่การลงทุน และการเป็นผู้นำในตลาดคอนโดมิเนียมติดแนวรถไฟฟ้า
รวมถึงการให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงินไว้อย่างเข้มงวด โดยได้ชำระคืนหุ้นกู้ครบถ้วนตามกำหนดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน รวมมูลค่ากว่า 17,928 ล้านบาท ตลอดจนศักยภาพในการบริหารงาน โดยมี Inventory ที่พร้อมรองรับการสร้างรายได้ทั้งหมดของบริษัทรวมแล้วทั้งหมดกว่า 29,373 ล้านบาท ซึ่งเป็น Backlog ที่เป็นยอดขายแล้วพร้อมรับรู้รายได้กว่า 10,130 ล้านบาท เป็นรายได้ที่จะเข้ามาต่อเนื่องตั้งแต่ครึ่งปีหลังปี 2568 ถึงปี 2569 นอกจากนี้ 2 โครงการพร้อมเข้าอยู่ใหม่ โครงการคัลเจอร์ ทองหล่อ และโครงการคัลเจอร์ จุฬา เริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ โดยคาดว่าจะมียอดรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 – 4 ปีนี้ และต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพในการนำเสนอสินค้าที่ดีและมีคุณภาพพร้อมอยู่พร้อมโอนบนทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความไว้วางใจให้กับนักลงทุนและผู้สนับสนุนเป็นอย่างดีเสมอมา
“อนันดาฯ ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนหุ้นกู้ชุดใหม่ในครั้งนี้ ซึ่งจากกระแสตอบรับที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างล้นหลามสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการบริหารงานของอนันดาฯ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้เดินหน้าตามวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโครงการคุณภาพที่ไม่เพียงสร้างคุณค่าแก่ลูกค้าและผู้ถือหุ้น แต่ยังสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ทั้งนี้ อนันดาฯ มั่นใจว่าในการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งต่อไป จะยังคงได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนเป็นอย่างดี เนื่องจากความเชื่อมั่นในศักยภาพการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพและแผนการดำเนินธุรกิจที่ดีในอนาคต” นายประเสริฐ กล่าว
อนันดาฯ ยังคงเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโครงการที่เป็นตัวช่วยในการแก้ปัญหาของคนเมือง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดีขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย มุ่งสร้างสรรค์สินค้า และบริการ ในรูปแบบของที่อยู่อาศัย และการใช้ชีวิตแบบคนเมืองให้สอดคล้องกับบริบทและสภาวะแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผ่านการออกแบบและก่อสร้างที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนรอบข้างอย่างยั่งยืน
