กสิกรไทยปรับเป้าสินเชื่อสีเขียว 4–5 แสนล้านบาท ร่วมทุกภาคส่วนขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน  

Categories : Update News, Finance, ESG News

Public : 23/09/2025
 

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยในงานสัมมนา “PRACHACHAT ESG Forum 2025 The TURNING POINT #ตีแตก Sustainability” หัวข้อ “ESG Unlocking New Growth for Thailand” ว่า กสิกรไทยได้ปรับเป้าหมายการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวจาก 2 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 4–5 แสนล้านบาท หรือเพิ่มอีก 1 เท่าตัว เพื่อช่วยลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนและก้าวไปสู่ Net Zero ในวงกว้างมากขึ้น

 

ทั้งนี้ กสิกรไทยได้ปรับวิธีคิดจากกรอบเดิมที่ยึดเพียง ESG มาเป็นแนวทางใหม่ “Objective Based” หรือ “Issue Based” โดยตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนก่อน แล้วจึงบูรณาการหลัก ESG เข้ามา เพื่อให้การสนับสนุนทางการเงินมีทิศทางและตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น

     

นางสาวขัตติยา กล่าวว่า กสิกรไทยไม่เพียงสนับสนุนสินเชื่อและการลงทุน แต่ยังมุ่งเป็น Financial Enabler หรือ “ตัวช่วย” ในการพาธุรกิจและลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการให้คำปรึกษา การเชื่อมโยงพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน รวมถึงช่วยวางกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อลดความเสี่ยงจากกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ของโลก เพราะการเดินหน้าสู่ Net Zero ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

 

นอกจากนี้ กสิกรไทยยังเข้าร่วมและผลักดันความร่วมมือภายใต้ “Thai Climate Business Network (Thai CBN)” เพื่อจัดทำแผนงานด้านความยั่งยืนระดับประเทศอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการทำงานร่วมกันแทนการ “ทำไป-คิดไป” เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ Net Zero อย่างมั่นคง

 

“ที่ผ่านมา แม้การขับเคลื่อน ESG อาจชะลอบ้าง แต่ไม่ใช่การ ‘ตกราง’ หรือ ‘หลงทาง’ ทุกภาคส่วนยังต้อง Rethink และเดินหน้าต่อไป ใครที่พร้อมก็สามารถออกตัวได้ทันที เพราะเป้าหมายสุดท้ายคือการบรรลุความยั่งยืนร่วมกัน” นางสาวขัตติยากล่าว

 

สำหรับประเทศไทย นางสาวขัตติยาเสนอว่า การขับเคลื่อนไปสู่ New Economy และ New Growth ควรต่อยอดจากจุดแข็งด้านการท่องเที่ยว ผ่าน Low Carbon Journey เช่น การเดินทางด้วยสายการบินและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) การเข้าพักโรงแรมที่เป็น Net Zero และการท่องเที่ยวชุมชนต้นแบบสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างแท้จริง พร้อมทั้งขยายโอกาสสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจสีเขียว อาทิ Sport Tourism, Hub for Wellness และการใช้ Soft Power ผ่านการถ่ายทำซีรีส์และคอนเทนต์สร้างสรรค์