RAM ทุ่มเงินลงทุน 427 ลบ. ซื้อหุ้น ‘โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม’ เพิ่มอีกจำนวน 7.12% จาก CMR พร้อมหนุนสัดส่วนถือครองหุ้นพุ่งแตะ 50.01%
Categories : Update News, Stock Market
Public : 29/09/2025RAM ทุ่มเงินลงทุน 427 ลบ. ซื้อหุ้น 'โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม' เพิ่มอีกจำนวน 7.12% จาก CMR พร้อมหนุนสัดส่วนถือครองหุ้นพุ่งแตะ 50.01%

บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) หรือ RAM รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด)ครั้งที่ 9/2568 เมื่อวันที่ 26 ก.ย.68 อนุมัติการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมของบริษัท โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม จำกัด (CMH) จำนวน 2,848,000 หุ้น คิดเป็น 7.12% ของหุ้นที่ออกแล้วทั้งหมดของ CMH
โดยเป็นการซื้อจากบริษัท เชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ CMR (ผู้ขาย) ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ โดยมีค่าตอบแทนเท่ากับ 427,200,000 บาท ทั้งนี้ภายหลังจากที่ธุรกรรมฯเสร็จสิ้นบริษัทจะถือหุ้นใน CMH คิดเป็น 50.01% ของหุ้นที่ออกแล้วทั้งหมดของ CMH
ทั้งนี้บริษัทคาดว่าผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการเข้าทำธุรกรรมฯในครั้งนี้ สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ และจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่บริษัทฯ และผู้ถือหุ้นดังนี้ 1.เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นและความเป็นเจ้าของใน CMH,2.เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจผ่านเครือข่ายโรงพยาบาลทั่วประเทศ,3.การใช้ประโยชน์จาก Synergies ภายในกลุ่ม และ 4.เพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้ผู้ถือหุ้น
ขณะที่แหล่งเงินทุนที่ใช้สำหรับการเข้าทำธุรกรรมฯ บริษัทจะใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินในประเทศ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และ/หรือ เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) ของบริษัท โดยบริษัทฯอาจพิจารณาใช้แหล่งเงินทุนดังกล่าวอย่างหนึ่งอย่างใดดังกล่าวหรือหลายอย่างรวมกัน ทั้งนี้บริษัทคาดว่าการชำระค่าตอบแทนสำหรับธุรกรรมฯ ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทและยังคงมีความสามารถในการชำระคืนเงินกู้ให้แก่สถาบันการเงินได้
อนึ่งธุรกรรมฯ ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ ตามนัยประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 21/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546 (รวมทั้งที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) (รวมเรียกว่า “ประกาศรายการที่เกี่ยวโยงกัน”) เนื่องจากบริษัทฯและผู้ขายมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายเดียวกัน คือ บริษัท เอฟแอนด์เอส 79 จำกัด (“F&S79”) โดยเมื่อคำนวณมูลค่าของรายการที่เกี่ยวโยงกันดังกล่าวพบว่ามีขนาดรายการเท่ากับร้อยละ 2.41 ของมูลค่าสินทรัพย์มีตัวตนสุทธิของบริษัทฯ ตามงบการเงินล่าสุดของบริษัทฯ ซึ่งมากกว่าร้อยละ 0.03 แต่น้อยกว่าร้อยละ 3.00 ของมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ไม่มีรายการอื่นที่เกิดขึ้นในระหว่าง 6 เดือนก่อนวันที่ตกลงเข้าทำรายการในครั้งนี้ (กล่าวคือ วันที่คณะกรรมการของบริษัทฯ มีมติอนุมัติธุรกรรมฯ) ซึ่งเกิดขึ้นจากผู้ขายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องของผู้ขาย ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องจัดทำรายงานและเปิดเผยข้อมูลการเข้าทำรายการต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และขออนุมัติการเข้าทำธุรกรรมฯ จากที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ
นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ยังได้มีมติอนุมัติการมอบหมายให้ คณะกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท เป็นผู้พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และรายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็นและเกี่ยวเนื่องกับการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ตามที่จำเป็นและสมควรภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีอำนาจดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทำธุรกรรมฯ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการติดต่อ เจรจา ตกลง แก้ไข เข้าทำและลงนามในสัญญาและเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง
