กกร. พร้อมหนุนรัฐบาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เสนอ “Reinvent Thailand” – ห่วงเครดิตประเทศถูกลด ชี้ตั้ง Sovereign Fund ช่วยบริหารค่าเงิน–เพิ่มขีดแข่งขัน
Categories : Update News, Economy
Public : 02/10/2025คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย แถลงภายหลังการประชุมประจำเดือนว่า กกร. พร้อมเดินหน้าสนับสนุนรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ต่อเนื่อง โดยได้จัดทำร่างพิมพ์เขียว “Reinvent Thailand” เพื่อเป็นกรอบการทำงานเชิงรุกในการยกระดับเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กกร. ขอบคุณรัฐบาลที่เปิดเวทีหารือกับภาคเอกชน และได้นำหลายข้อเสนอไปบรรจุในนโยบายแล้ว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากสามารถผลักดันให้เกิดผลอย่างจริงจัง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และฟื้นโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอในช่วงที่ผ่านมา
“การมีรัฐบาลที่อยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญ และสามารถเดินหน้านโยบายได้ต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา กกร. พร้อมสนับสนุนเต็มที่เพื่อไม่ให้มาตรการด้านเศรษฐกิจสะดุด” นายพจน์กล่าว
กกร. ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงกดดัน โดย OECD คาด GDP โลกปี 2568 ขยายตัว 3.3% แต่จะชะลอลงเหลือ 2.9% ในปี 2569 ขณะที่ UNDP ประเมินการส่งออกไทยไปตลาดสหรัฐฯ จะหดตัวถึง 12.7% สะท้อนความเปราะบางของการค้าโลก กกร. จึงยังคงคาดการณ์ส่งออกไทยโตเพียง 2–3% ในปีนี้ และเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งดูแลค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงในช่วงปลายปี เพื่อพยุงผู้ส่งออกและการท่องเที่ยว
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวเสริมว่า การจัดตั้งกองทุน Sovereign Wealth Fund เป็นข้อเสนอที่ภาคเอกชนเห็นด้วย เพราะจะช่วยสร้างดีมานด์ต่อเงินดอลลาร์ และรักษาสมดุลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งเกินไปเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งยังใช้เงินสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่ในระดับสูงให้เกิดประโยชน์
“เราหลีกเลี่ยงเทรนด์ดอลลาร์อ่อนค่าไม่ได้ แต่สามารถบริหารไม่ให้เงินบาทแข็งจนกระทบความสามารถแข่งขันของผู้ประกอบการไทย กองทุน Sovereign Fund จะเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยได้” นายผยงกล่าว พร้อมเสนอให้ไทยเร่งเพิ่ม Regional Value Content (RVC) ให้ได้อย่างน้อย 40% เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์การค้าในตลาดสหรัฐฯ และรองรับแรงงานกว่า 4 แสนคนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
สำหรับเศรษฐกิจไทย กกร. ประเมินปี 2568 จะขยายตัวได้ราว 1.8–2.2% ตามที่คาดไว้เดิม แต่หากรัฐบาลสามารถเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 ได้ถึง 1 ใน 3 ภายในสิ้นปี กระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติแตะ 34 ล้านคน และเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส” รวมถึงสนับสนุน SMEs และ Made in Thailand ตามแนวทาง “Quick Big Win” ก็อาจช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตใกล้ 2.5% ได้
อย่างไรก็ตาม กกร. แสดงความกังวลต่อสถานะเครดิตประเทศ หลังจาก มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส และ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับลดมุมมองไทยจาก “เสถียรภาพ” เป็น “ลบ” ขณะที่ยังเหลือเพียง S&P ที่ยังไม่ได้ปรับ กกร. เตือนว่าหากไม่เร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ก็มีโอกาสถูกลดเครดิตลงอีก ซึ่งจะกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนโดยตรง
“ขณะนี้เราเหมือนยืนอยู่บนหน้าผา ความสามารถในการสร้างรายได้ของประเทศลดลงต่อเนื่อง หากไม่เร่งแก้ไขก็เสี่ยงถูกลดอันดับเครดิต จนอยู่ในระดับเดียวกับฟิลิปปินส์” นายผยงกล่าว
นอกจากนี้ กกร. ยังหยิบยกปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทย ซึ่งยังคงรุนแรงและบั่นทอนศักยภาพการแข่งขัน โดยได้จัดตั้งคณะทำงาน “Zero Corruption : กกร.ไม่ทน” เพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม เสนอรัฐบาลผลักดันมาตรการปราบโกงอย่างจริงจัง เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส ยั่งยืน และสร้างความมั่นใจต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
"Reinvent Thailand” เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน แพลตฟอร์มนี้มุ่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและความท้าทายเชิงโครงสร้าง 3 ด้าน คือ ความเปราะบางและเหลื่อมล้ำ, ขีดความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง และข้อจำกัดของภาครัฐ
