“กลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหง” พลิกโฉมสู่การเติบโตเดินหน้าร่วมพันธมิตร รพ. ที่มีศักยภาพ หวังสร้างเครือข่ายให้บริการครอบคลุม พร้อมอัพเป้ารายได้ปีนี้ 1.4หมื่นล้าน

Categories : Update News, Stock Market

Public : 16/10/2025

“กลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหง” พลิกโฉมสู่การเติบโตเดินหน้าร่วมพันธมิตร  รพ. ที่มีศักยภาพ หวังสร้างเครือข่ายให้บริการครอบคลุม ก้าว Medical Hub ที่สำคัญของไทยพร้อมอัพเป้ารายได้ปีนี้ 1.4หมื่นล้านจากเดิมหมื่นล้านหลังรับรู้รายได้เข้าถือหุ้น 49.99% กลุ่ม รพ.ธนบุรี 

นพ. พิชญ สมบูรณสิน ประธานกรรมการบริหารบริษัท กลุ่มบริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) (RAM) เปิดเผยถึง กลยุทธ์การพลิกโฉมของเครือเพื่อสู่การเติบโต ในอนาคตว่า   การขยายเครือข่ายพันธมิตรเพื่อสร้างสรรค์พลังร่วม (Synergy) ด้วยการร่วมลงทุนกับโรงพยาบาลพันธมิตรชั้นนำทั่วประเทศ อาทิ โรงพยาบาลวิภาราม โรงพยาบาลธนบุรี โรงพยาบาลสินแพทย์ และโรงพยาบาลวิภาวดี ซึ่งล้วนเป็นโรงพยาบาลมาตรฐานสากล (Joint Commission International: JCI), มาตรฐาน AACI และมาตรฐาน HA ทำให้มีจุดแข็งระบบการส่งต่อผู้ป่วยภายในเครือข่าย ที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างครบวงจรและตรงจุด

 ซึ่งการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ แบบนี้จะสนับสนุนให้ กลุ่ม โรงพยาบาลรามคำแหง พร้อมก้าวสู่การเป็น Medical Hub ที่สำคัญของไทย

ปัจจุบันเรามีผู้ป่วยต่างชาติที่ให้ความไว้วางใจเข้ารักษา โดยเฉพาะในโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม และโรงพยาบาลสุขุมวิท สะท้อนถึงความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยนานาชาติ

 “เป้าหมายของเรามากกว่าแค่การเป็นศูนย์การแพทย์ครบวงจร แต่คือการยกระดับมาตรฐานสาธารณสุขของไทย พร้อมมุ่งเน้นการดูแลคุณภาพชีวิต (Well-being) ผ่านการแพทย์เชิงป้องกัน ส่งเสริม และฟื้นฟู เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรงและมีอายุยืนยาวขึ้น ด้วยความพร้อมของเครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตร ชั้นนำ 46 แห่งทั่วประเทศ มีจำนวนเตียงรวมกว่า 7,800 เตียง เราเชื่อมั่นว่าการก้าวไปข้างหน้าครั้งนี้ และการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย สู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ชั้นนำของภูมิภาคที่มีศักยภาพดึงดูดผู้เข้ารับบริการจากทั่วโลก อันเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับประเทศไทย” นพ.พิชญ กล่าว

อย่างไรก็ตาม  ตลอดระยะเวลา 37 ปีที่ผ่านมา กลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหงได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง (Resilience) ในการยืนหยัดผ่านวิกฤตการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะวิกฤตโควิด-19 ด้วยรากฐานที่มั่นคงเราไม่เพียงแต่ดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความเป็นเลิศทางการแพทย์ ที่เรามุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพการรักษาพยาบาลอย่างไม่หยุดยั้ง

โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Centers of Excellence) ที่หลากหลายและทันสมัย อาทิ ศูนย์โรคหัวใจ ที่เรามีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในการรักษาหลอดเลือดหัวใจอุดตันโดยไม่ต้องผ่าตัด การรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ รวมไปถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด อันเป็นการดูแลรักษาผู้ป่วยแบบครบวงจร อีกทั้งยังมีศูนย์สมองและระบบประสาท และศูนย์ผ่าตัดส่องกล้อง หู คอ จมูก ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน

กลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหงยังนำเทคโนโลยีขั้นสูงมายกระดับบริการทางการแพทย์ เพื่อผลลัพธ์ในการรักษาที่รวดเร็ว แม่นยำ ปลอดภัย เช่น เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Surgery) การผ่าตัดแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) และบริการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันและบริการออนไลน์ที่เข้าถึงผู้ป่วยได้โดยตรง เพื่อดูแลสุขภาพผู้ป่วยได้แม้จะอยู่นอกโรงพยาบาล พร้อมขยายบริการสู่ด้านการดูแลเชิงป้องกัน (Preventive) และสุขภาพองค์รวม (Wellness) เพื่อตอบโจทย์แนวโน้มสุขภาพของโลกยุคใหม่

 

ดร.ฤกขจี กาญจนพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท โรงพยาบาลรามคำแหงและบริษัทในเครือ กล่าวว่า เรายังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งที่ต้องการดูแลประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้บริการผู้ป่วยทุกกลุ่มทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 30 บาท ประกันสังคม และผู้ชำระเงินเอง ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่ง ตอบทุกความต้องการ เชี่ยวชาญทุกการดูแลโดยมีการผสมผสานมุมมองทางธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้เรายังคงเดินหน้าลงทุนในลักษณะ Brownfield, M&A และ Partnership โดยเน้นการเข้าไปลงทุนในบริษัทย่อย เพื่อเสริมศักยภาพและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยล่าสุดได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี (Thonburi Hospital Group) ทำให้ปัจจุบันกลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหงมีเครือข่ายโรงพยาบาลรวม 46 แห่งทั่วประเทศ มีจำนวนเตียงรวม 7,800 เตียง นับเป็นผู้นำกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนอันดับ 2 ของประเทศไทย ทั้งนี้ คาดการณ์การเติบโตทั้งเครือในปีนี้ 40%จากปีก่อนหน้า

“ เดิมปีนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะมีรายได้ 10,000 ล้านบาท แต่ล่าสุดได้ปรับเป้าเพิ่มเป็น 14,000 ล้านบาท หลังการเข้าถือหุ้นใน THG49.99% และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา”

อย่างไรก็ตามเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพ และกลุ่มผู้เข้ารับบริการคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น เราจึงวางกลยุทธ์ภายใต้ยุทธศาสตร์ “RAM 2.0, The New Era of Ram Hospital Group” ต่อยอดจากความเชื่อของผู้ก่อตั้ง เข้ากับแนวทางการดำเนินงานยุคใหม่ ได้แก่ Clinical Excellence ยกระดับขีดความสามารถทางการแพทย์ ผ่านเทคโนโลยีและบุคลากรระดับแนวหน้า, Network Synergy สร้างความร่วมมืออย่างเป็นระบบในเครือข่าย, Asset Optimization เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินทรัพย์, Strategic Expansion เดินหน้าการลงทุน การควบรวมกิจการ (M&A) ผ่านการลงทุนในบริษัทย่อย, ESG Commitment ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

“การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของกลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหง ตั้งอยู่บนวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านสุขภาพ ผ่านความเชี่ยวชาญ และนวัตกรรมทางการแพทย์เครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศช่วยให้ผู้เข้ารับบริการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึง ส่งมอบประสบการณ์การรักษาที่รวดเร็ว แม่นยำ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคใหม่ อันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพ (Healthcare Ecosystem) ร่วมสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทย ในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ระดับภูมิภาค (Medical Hub) ที่สามารถดึงดูดผู้เข้ารับบริการได้จากทั่วโลก” ดร. ฤกขจี กล่าว

นายทีโบ สปิทาคิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด โรงพยาบาลรามคำแหง กล่าวว่า ปัจจุบันสัดส่วนผู้ป่วยของกลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหงกว่า 95% เป็นคนไทย ทั้งนี้ ภายใต้การ Rebranding เพื่อขยายฐานผู้รับบริการกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผู้ป่วยต่างชาติที่มองหาการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยเฉพาะการดูแลเชิงป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ (Preventive & Wellness) ก่อนป่วยมากขึ้น รวมถึงรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมสูงอายุ เราจึงมุ่งเน้นปรับเพิ่มการให้บริการที่เปลี่ยนผ่านจาก Sick Care สู่ Health Care ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรการแพทย์ (Digital Health & Innovation) อาทิ AI, Telemedicine, Big Data และอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพ มาเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัย การรักษา และการให้บริการที่ไร้รอยต่อ