ตลท. ยังเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายตลาดทุน!! จ่อคลอดตำรา กฎหมายตลาดทุน 300 หน้าเร็วนี้ พร้อม ทำหลักสูตรด้านกฎหมาย ตลาดทุน !! ยอมรับ พรก.ให้อำนาจกลต. ฟ้องคดีเองได้ ลากยาว!!

Categories : Update News, Stock Market

Public : 20/10/2025
 
 

 ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)กล่าวภายหลังงานโครงการอบรมความรู้เกี่ยวกับตลาดทุนไทย 2568 ว่า ปัจจุบันความล่าช้าในการจัดการคดีความคือ “ความเสียหายอย่างแสนสาหัส” โดยต้องการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปกฎหมายตลาดทุนครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “ความเร็วคือความยุติธรรม”

โดยมีเป้าหมายหลักคือการ ลดระยะเวลาคดี ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในตลาดทุน จากเดิมที่กินเวลานานถึง 2-3 ปี ให้เหลือเพียง ไม่เกิน 12 เดือน

ทั้งนี้การลดระยะเวลาคดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องกระบวนการ แต่คือการ สร้างความเกรงกลัว ให้กับผู้คิดจะกระทำผิด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศว่า ตลาดทุนไทยจะไม่เป็นที่ที่คนโกงใช้หากินได้ง่ายอีกต่อไป

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้หยุดแค่การเร่งสปีด แต่ยังเดินหน้า เสริมอำนาจทางกฎหมาย ให้กลไกหลักอย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้สามารถป้องกันและปราบปรามการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการแก้ไขข้อจำกัดด้านอำนาจการฟ้องร้องในบางกรณีควบคู่กันไป

ตลท. ได้จัดตั้งสถาบันและเดินหน้า อบรม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานยุติธรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ก.ล.ต., DSI, ปปง., ไปจนถึง ศาลยุติธรรม เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันว่า การบังคับใช้กฎหมายตลาดทุนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพนั้นสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประเทศมากเพียงใด

ศ.พิเศษ กิติพงศ์ กล่าวว่า นอกเหนือจากมิติทางกฎหมายแล้ว ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของ “ผู้คุมกฎ” ภายนอก โดยยกให้ สื่อมวลชน เป็นเสมือน “Watchdog” หรือสุนัขเฝ้าตลาด ที่ต้องทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และเปิดเผยข้อมูลความล่าช้าหรือความไม่ชอบมาพากลในคดีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้กระทำผิดไม่กล้าทำสิ่งใดโดยไม่มีใครจับตาที่สำคัญในปี 2569 กำลังจะมีการแก้ไขเกณฑ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับ “ผู้สอบบัญชี”

โดยกำหนดให้ผู้สอบบัญชีภายนอกมีหน้าที่ต้อง แจ้งต่อ ตลท. โดยตรง หากพบเรื่องผิดปกติในบริษัท โดยหากละเลยการแจ้งจะถือว่ามีความผิด ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ตลาดทุนรู้เท่าทันเหตุการณ์ผิดปกติได้เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก

“แผนปฏิรูปครั้งนี้ได้รับ สัญญาณเชิงบวก จากรัฐบาลอย่างชัดเจน ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง ต่างพร้อมให้ความร่วมมือในการปลดล็อกกฎเกณฑ์ และที่สำคัญที่สุด นายกรัฐมนตรีได้รับปากที่จะช่วยปลดล็อกข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องมากที่สุด”

นอกจากนี้ ตลท. ยังได้เสนอเรื่องการปรับปรุง โครงสร้างภาษี และมาตรการลดหย่อนต่าง ๆ ต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยได้รับความเห็นชอบในหลักการแล้ว

“ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือ หากมาตรการเหล่านี้มีความคืบหน้า เชื่อว่าจะมี นักลงทุนรายใหม่เข้ามาลงทุน ในตลาดได้มากขึ้น และสิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ตลาดทุนโดยรวมดีขึ้นอย่างชัดเจน” ศ.พิเศษ กิติพงศ์ กล่าว

นอกจากนี้ ตลท ร่วมกับนิติศาสตร์จุฬา จัดทำหนังสือเรื่องกฎหมายตลาดหลักทรัพย์ ฉบับเข้าใจง่ายให้กับนักลงทุนและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ศึกษาเพราะนับจากมีพรบ ตลาดหลักทรัพย์ 2535 ยังไม่มี