รัฐผนึกกำลังตั้ง ” ดาต้า บูโร ” ประสานข้อมูล สกัดสแกมเมอร์ เงินเทา ฟอกเงินทุกรูปแบบ

Categories : Update News, Finance

Public : 05/11/2025

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ( รมว.คลัง )  เปิดเผยภายหลัง การประชุมคณะกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อติดตามพฤติกรรมการทำธุรกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัย เป็นครั้งแรก ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. กรมศุลกากร กรมสรรพากร ธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท. ) กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ ) คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  ( ... ) สมาคมธนาคารไทยสมาคมสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐหรือสมาคมแบงก์รัฐเพื่อเตรียมตั้งเป็นคณะกรรมการเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและตรวจสอบ

 

ตั้งขึ้นเป็นดาต้าบูโร  เพื่อดูข้อมูลเงินเทา หรือธุรกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัย เชื่อมโยงแต่ละจุดที่สามารถเอามาสกัดเงินต้องสงสัย ภายใต้อำนาจหน้าที่ ในช่องทางที่ทำได้  ซึ่งดาต้าบูโรจะทหน้าที่ใน 3  เรื่องหลักๆ ได้แก่  การพิสูจน์ตัวตน , สอบสวนพฤติกรรมทางการเงิน และตรวจสอบเส้นทางการเงิน

 

คาดว่าสิ้นเดือน พ.. 68 จะได้รูปแบบของดาต้าบูโรและภายในเดือน ธ..  68 ต้องวางระบบการกำกับธุรกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัยที่ได้มาตรฐานสากลได้แล้วเสร็จ

 

เพราะปัจจุบันแต่ละหน่วยงาน มีหน้าที่กำกับดูแลแตกต่างกัน เช่น คริปโต สินทรัพย์ดิจิทัล การเงินแคช มันนี่เชนเจอร์ โพยก๊วน ตลาดทองคำ ก็มีหน่วยงานกำกับแต่ละหน่วย เช่น คริปโต โบรกเกอร์ มี ก... กำกับ แต่มีธุรกรรมที่ทำนอกประเทศ  เช่น ทองคำ  ตลาดซื้อขายทองคำ ซึ่งกรมศุลกากร รายงานว่า มีทั้งการนำเข้า และส่งออกไปยังต่างประเทศ ส่วนการแลกเปลี่ยนเงินตรา จะมี ธปท. เป็นผู้กำกับ

   

มีการไปฟอกเงินผ่านการซื้อ ทองคำ เคส ทองคำเป็นช่องที่เห็นวอลลูมผิดปกติ ที่มีการนำเข้า และส่งออกผิดปกติ มีปลายทางส่งออกไป สวิสเซอร์แลนด์ เราต้องใช้อำนาจกฎหมายของกรรมการชุดนี้เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไป หรือ แม้กระทั่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ รถหรู รวมถึงการซื้อเพชร  ก็ต้องเข้าไปตรวจสอบ ว่าคุณคือใคร มีพฤติกรรมที่น่าสงสัย ที่ต้องเข้าไปตรวจสอบ

 

นอกจากนี้ ในที่ประชุม ทางรัฐมนตรีว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี  จะไปทำกฎหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านี้อยู่ เพื่อให้การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้สามารถตรวจสอบได้ครอบคลุม และตั้งเป้าหมายว่าจะเรียกประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า