เปิดจุดเด่นสำคัญ MMM หุ้น“น้องใหม่” mai นำเงินขยายพอร์ตหนุนโต !!!

Categories : Update News, Stock Market

Public : 05/11/2025

  เปิดจุดเด่นสำคัญ MMM หุ้น“น้องใหม่”  mai น่าลงทุน นำเงินขยายพอร์ตหนุนโต !!!รายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่องจ่ายปันผลสม่ำเสมอ 6 ไตรมาสติดต่อกัน มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง (NPM, ROE, ROA สูงกว่าอุตสาหกรรม)  ไม่มีภาระหนี้สิน (D/E ต่ำ) ใช้เงินลงทุนต่ำ สภาพคล่องสู

  7  พ.ย 2568  ตลาดหลักทรัพย์ mai  จะมีหุ้นน้องใหม่   บมจ.เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล  “MMM”  บริษัทที่ก่อตั้งโดย  “ณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “ และ “สุริยา วงศ์สิทธิชัยกุล “ ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานพัฒนาธุรกิจ     เป็นบริษัททื่มีการวาง   “  โมเดลการทำธุรกิจ “ ที่ชัดเจน แตกต่างและเติบโต สร้างกำไรที่ดี

 

 MMM  เป็นหนึ่งในผู้นำด้านตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การให้บริการที่ปรึกษา ด้านการขายและการตลาดแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ และซื้อขายอสังหาฯ ระดับชั้นนำของประเทศไทย และภายใต้จุดเด่นที่ชัดเจนในการวางตำแหน่งของบริษัทฯ เป็น  “มินิมาร์ท อสังหาริมทรัพย์”  ซึ่งถือเป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างความแตกต่างจากกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการประเภทเดียวกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ สะท้อนถึงรูปแบบ Business Model ในการเป็น “โบรกเกอร์ อสังหาริมทรัพย์” แบบครบวงจร ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกกลุ่มเป้าหมายได้ทุกมิติ

 

    “  ในวันแรกที่พวกเราเริ่มต้นในการทำธุรกิจนั้นผมได้รับโจทย์ จากภรรยา  (ณิชา โรจน์วัฒนา) ว่าจะต้องเริ่มต้นการทำธุรกิจด้วยการไม่เป็นหนี้    เป็นธุรกิจที่ลงทุนต่ำแต่ให้ผลตอบแทนที่ดี       มีเครือข่ายการ ขายขนาดใหญ่ เข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็ว     เมื่อโจทย์เป็นแบบนี้  MMM  จึงคิดโมเดลธุรกิจ ในลักษณะการเป็น “แฟลตฟอร์ม “ ขายอสังหาริมทรัพย์   เป็นศูนย์รวมการนำอสังหาริมทรัพย์ เข้ามา  ให้ลูกค้าที่สนใจ ผ่านระบบ เอเจนท์    หรือให้มอง แบบเข้าใจง่าย  เราก็ มีลักษณะ เหมือน Netfix ที่ รวมหนังดีๆเข้าถึงผู้คนได้กว้าง “

 และด้วยปัจจัยนี้ทำให้  MMM กำไร เติบโต  NPN ,ROEและ ROA โตเด่นกว่าอุตสาหกรรม สำคัญเราไม่มีหนี้ เห็นได้จากสัดส่วนหนี้สินต่อทุน(D/E ) ต่ำมาก เพียง 0.-3 เท่าและต่ำแบบนี้มาโดยตลอด เช่นปี 2565อยู่ที่ 0.14เท่าปี 2566 อยู่ที่ 0.11เท่าและปี 2567อยู้ที่ 0.16เท่า  “  คุณ สุริยา วงศ์สิทธิชัยกุล “ ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานพัฒนาธุรกิจกล่าว

 

      คุณสุริยา และ คุณณิชา กล่าวว่า MMM  ไม่ได้เป็นหุ้นไอพีโอน้องใหม่สำหรับตลาดทุนเพราะก่อนหน้านั้น เราได้เข้าระดมทุนผ่านการดาน   LiVEx  มาแล้ว ซึ่งในขณะนั้นตัดสินใจเข้า LiVEx เพราะต้องการให้ MMM เป็นที่รู้จักของ ทั้งนักลงทุนและ บริษัทอสังหารายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์  ได้รู้จักMMM และโมเดลธุรกิจของเราที่จะเข้าไปเป็น “ตัวกลาง  “ที่จะทำให้การขายและปิดโครงการสำเร็จได้ ซึ่งถือว่า ประสบความสำเร็จเพราะหลังจากเราเข้า LiVEx   ไปมี บจ.ใหญ่ติดต่อเรามา และมาเรื่อยๆด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ MMM ตัดสินใจย้ายจาก LiVEx    เข้าสู่ mai เพื่อระดมทุนในการขยายธุรกิจให้ได้มากขึ้น  !!!

 

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ  MMM ที่ซื้อขายใน LiVEx จะอยู่ในระดับ 9 บาทกว่าๆ ซึ่งกระดาน LiVEx การซื้อขายจะเป็นลักษณะการจับคู่แมช และลงทุนได้จำกัด  ส่วนการขาย PO เพื่อย้ายเข้ามา mai นั้น MMM  ขายหุ้นสามัญ จำนวนไม่เกิน 64.2 ล้านหุ้น     เคาะราคาขาย P0 ที่หุ้นละ  5.50 บาทต่อหุ้น  คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิหรือ P/E เท่ากับ 11.14 เท่า (ก่อนการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้) และ P/E  13.41 เท่า (ภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้)  โดยคำนวณกำ ไรสุทธิต่อหุ้นจากผลการดำ เนินงานในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2567 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ซึ่งมีกำ ไรสุทธิรวมเท่ากับ 122.30 ล้านบาท และคำ นวณจากจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วภายหลังเสนอขายต่อประชาชนในครั้งนี้จำนวน 300ล้านหุ้น (Fully diluted) จะได้กำ ไรสุทธิต่อหุ้นประมาณ 0.41 บาทต่อหุ้น

   ทั้งนี้ อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำ ไรสุทธิ คำนวณจากผลประกอบการในอดีตโดยที่ยังไม่ได้พิจารณาถึงผลการดำเนินงานหรือความสามารถในการทำ กำไรของบริษัทฯ ในอนาคตที่มีแนวโน้มเติบโตหลังบริษัทได้เงินมาขายธุรกิจ

 

 คุณสุริยา และ คุณณิชา กล่าว่ว่า  เงินที่ได้จากการขาย PO     ครั้งนี้ ประมาณ 287.10 ล้านบาท ภายหลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหลักทรัพย์ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

 สำหรับจุดเด่ยสำคัญที่ทำให้  MMM  เติบโตมาต่อเนื่อง ตัวเลขทางการเงินโดดเด่นทุกตัว โดยเฉพาะอัตรากำไรสุทธิ ที่ทำได้ในเลข 2หลัก โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 18.6% ในงวด6เดือนแรกของปี 2568 หรือทำกำไรสุทธิได้63.30ล้านบาท เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 17.9% หรือมีกำไรสุทธิ 21.76 ล้านบาท ซึ่งความสามารถในการทำกำไรในระดับเลข2หลักนี้ แทบหาไม่ได้เลย ในหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้น ??? แล้วทำไม MMM ทำได้

 

 คุณสุริยา  ให้คำตอบในเรื่องนี้  ว่า    ด้วยโมธุรกิจของ MMM Capitalผู้นำด้านตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ และที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรเป็น “เพื่อนคู่คิด นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์”ซึ่งจุดแข็งของโมเดลธุรกิจนี้คือ   อำนาจการต่อรองสูง ต้นทุนต่ำ  มุ่งช่วยผู้พัฒนาโครงการที่มีปัญหาด้านการขายและสภาพคล่อง  ได้ทรัพย์ในราคาต้นทุนต่ำ ทำให้มีกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สูง

 “    บริษัทจะเข้าไปหาลูกค้าทันที่เมื่อเห็นว่าเขามีปัญหาเราไปให้คำปรึกษาและรับมา ซึ่งการทำแบบนี้ ตัดขั้นตอนการเข้าสู่ การบังคับคดี หรือการเป็นทรัพย์รอการขายซึ่งจะมีต้นทุนงวกมาอีกแต่การที่เราเข้าไปเลยทำให้ควบคุมต้นทุนได้ “

  อีกทั้งโมเดลธุรกิจ การ มี “ เครือข่ายการขายขนาดใหญ่” เพราะ  มีทีมขายและตัวแทนจำนวนมากทั่วประเทศ ไม่มีต้นทุนคงที่ (Fixed Cost)  เข้าถึงลูกค้าได้เร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการขาย   อีกทั้งตัวแทนขายของเราจะมี ค่านายหน้า สูงกว่า ระบบที่จ่ายกัน 3%  การกำหนด   นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนนายหน้าอิสระในรูปแบบ Margin-based commission    ที่คำนวณจากส่วนต่างระหว่างราคาส่งนายหน้าอิสระ/1 ที่บริษัทฯ กำ หนด และราคาขายอสังหาริมทรัพย์  ซึ่งนายหน้าอิสระจะต้องเสนอราคาขายแก่ผู้ที่ต้องการจะซื้อตามราคาที่อยู่ในกรอบราคาขายมาตรฐานที่บริษัทฯ และเจ้าของโครงการกำ หนดไว้ ทั้งนี้ ส่วนต่างระหว่างราคาส่งนายหน้าอิสระและราคาขายดังกล่าว นายหน้าอิสระสามารถนำ ไปจัดโปรโมชันส่งเสริมการขายให้แก่ผู้ซื้อได้โดยตรงหรือคร่าวๆประมาณ 15%การจ่ายผลตอบแทนระดับนี้ทำให้การขาย คล่องมากและบริษัท  มีทรัพย์พร้อมขายที่หลากหลาย โดยโมเดล  ”  มินิมาร์ท อสังหาริมทรัพย์ “ 

 โดย มี สินค้าพร้อมขายหมุนเวียนหลายประเภท ,  สามารถเลือกทรัพย์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดได้รวดเร็ว ปัจจุบัน มี ทรัพย์ในพอร์ต 30โครงการ จำนวน 812ยูนิต  มีมูลค่ารวม 2,208ล้านบาท และบริษัทมีวางประกันเพียง 146 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น Leverage  ที่ 15.12เท่า !!!!

 ผมพูดได้เลยว่า ในอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ ไม่มี บริษัทไหนที่เหมือนเรา และเราก็ไม่เหมือนใคร !!! MMM เป็นหุ้นกำไรสูง ลงทุนต่ำและสามารถสร้างรายได่และกำไร ได้สูง !!!!

ดูจาก  ผลการดำเนินงาน ที่MMM   ปิดการขายช่วงปี 2565 – ครึ่งปีแรก 2568  รวม 1,048 ยูนิต  หนุนให้ มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 168.08 ล้านบาท 255.66 ล้านบาท และ 357.88 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิ และอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 35.09 ล้านบาท 47.74 ล้านบาท และ 80.76 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ  20.62  %  18.49 %  และ   22.39 %  และอนาคตจะโตต่อเนื่อง

 

 

สำหรับ โมเดลธุรกิจ MMM    แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

 

    1. ที่ปรึกษางานขายโครงการ (Business Unit 1: BU1)

บริษัทฯ ได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนหรือได้รับสิทธิในการขายอสังหาริมทรัพย์จากเจ้าของโครงการ เพื่อให้บริการเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดและการขาย โดยมีเครือข่ายนายหน้าอิสระทำ หน้าที่แนะนำ ติดต่อหาผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย รวมถึงร่วมวางแผนกลยุทธ์ด้านการตลาด จัดทำ โปรโมชันส่งเสริมการขายเพิ่มเติมจากที่เจ้าของโครงการและบริษัทฯ กำ หนดไว้ และประสานงานระหว่างผู้จะซื้อและเจ้าของโครงการจนเกิดการโอนอสังหาริมทรัพย์ระหว่างผู้ซื้อและเจ้าของโครงการให้สำ เร็จซึ่งเป็นรูปแบบการให้บริการเริ่มต้นที่ทางบริษัทฯ จะนำเสนอแก่เจ้าของโครงการ ปัจจุบัน บริษัทฯ ทำ สัญญาให้บริการธุรกิจที่ปรึกษางานขายโครงการแก่โครงการอสังหาริมทรัพย์ 2 ลักษณะ ได้แก่ (1) โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยทุกประเภท ที่มีสภาพพร้อมอยู่อาศัย ซึ่งบริษัทฯ สามารถทำ การตลาดและการขายได้ทันที เมื่อทำ สัญญาและวางเงินประกันต่อ

เจ้าของโครงการแล้ว และ (2) โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างพัฒนา ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทฯ เล็งเห็นว่ามีศักยภาพ อยู่ในทำ เลที่ดี และเจ้าของโครงการมีประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการเป็นตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ของโครงการแต่เพียงผู้เดียว (Exclusivity) ด้วยโครงสร้างค่านายหน้ากับเจ้าของโครงการ

ด้วยรูปแบบ Margin-Based Commission กล่าวคือ รูปแบบการกำ หนดค่าตอบแทนจากส่วนต่างระหว่างราคาฐาน ซึ่งเป็นมูลค่าตอบแทนที่เจ้าของโครงการต้องการ ตามที่กำ หนดในสัญญาแต่งตั้งให้บริษัทฯ เป็นที่ปรึกษาการตลาดและเป็นตัวแทนขาย ซึ่งเกิดจากเจรจาตกลงระหว่างบริษัทฯ และเจ้าของโครงการ และราคาขายอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นตามสัญญาซื้อขายระหว่างเจ้าของโครงการกับผู้ซื้อ บริษัทฯ จะวางเงินประกันสัญญา ในอัตราไม่เกินร้อยละ 5.00 ของราคาฐานต่อยูนิต แก่เจ้าของโครงการ เพื่อเป็นหลักประกันในการปฎิบัติตามหน้าที่และความรับผิดชอบในการให้บริการตามเงื่อนไขในสัญญาหากบริษัทฯ ไม่สามารถให้บริการจนเกิดการโอนกรรมกรรมสิทธิ์ระหว่างผู้ซื้อและเจ้าของโครงการภายในระยะเวลาที่กำ หนดไว้ เจ้าของโครงการมีสิทธิริบเงินประกันสัญญาได้ อย่างไรก็ตาม ในอดีตที่ผ่านมา บริษัทฯ ไม่เคยถูกริบเงินประกันสัญญาดังกล่าวและสามารถเจรจาขอต่อระยะเวลาสัญญาให้บริการได้

            2การบริหารงานขายโครงการ (Business Unit 2: BU2)

บริษัทฯ เป็นตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบรับประกันการซื้อแก่เจ้าของโครงการ โดยเข้าทำ สัญญาตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์และได้รับสิทธิในการขายอสังหาริมทรัพย์ของโครงการแต่เพียงผู้เดียว (Exclusivity)ในรูปแบบสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์กับเจ้าของโครงการ โดยมี ลักษณะการให้บริการเหมือนกับการให้บริการที่ปรึกษางานขายโครงการ(BU1) แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องจำ นวนเงินประกันสัญญาที่เกิดจากการเจรจาต่อรองระหว่างบริษัทฯ และเจ้าของโครงการ กล่าวคือ การบริหารงานขายโครงการ (BU2) บริษัทฯ จะวางเงินประกันสัญญาตามราคาฐานต่อยูนิต และส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเจรจาส่วนลดราคาฐานกับเจ้าของโครงการได้มากกว่าการให้บริการที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) และเพิ่มโอกาสในการทำ กำ ไรได้มากขึ้น และจะวางเงินประกันเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่อาศัยแล้วเท่านั้น

ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ไม่สามารถให้บริการจนเกิดการโอนกรรมกรรมสิทธิ์ระหว่างผู้ซื้อและเจ้าของโครงการภายในระยะเวลาที่กำ หนดไว้ บริษัทฯ จะต้องรับโอนกรรมสิทธิ์ของอสังหาริมทรัพย์ที่คงเหลือจากเจ้าของโครงการโดยไม่ต้องชำ ระเงินเพิ่มแต่อย่างใด ซึ่งสามารถนำ มาขายผ่านช่องทางธรุกิจการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ (BU3)

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการให้บริการการบริหารงานขายแบบวางหลักประกันการซื้อ (Hybrid) โดยเป็นการบริหารงานขายแบบวางหลักประกันการซื้อ (Hybrid) เป็นการรวมรูปแบบการให้บริการที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) และ การให้บริการงานขายโครงการ (BU2) โดยในช่วงแรกของสัญญาจะให้บริการลักษณะที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) บริษัทฯ จะวางเงินประกันสัญญาให้แก่เจ้าของโครงการ จำ นวนไม่เกิน 100,000 บาทต่อยูนิต (ต่ำ กว่าราคาฐาน) เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในขายห้องชุดตามระยะเวลาที่กำ หนดในสัญญา โดยมีระยะเวลาประมาณ 5 เดือนนับจากวันทำ สัญญา และหากครบกำ หนดระยะ เวลาช่วงแรกดังกล่าวแล้ว ยังไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ครบทุกยูนิตตามที่ระบุในสัญญา บริษัทฯ มีสิทธิเลือก (Option) ว่าจะให้บริการต่อในลักษณะการบริหารงานขายโครงการ (BU2) ซึ่งต้องวางเงินประกันสัญญางวดที่สอง ในส่วนที่เหลือให้ครบตามราคาฐานของยูนิตที่ยังไม่สามารถทำ การขายจนเกิดการโอนกรรมสิทธิ์ได้ ภายหลังจากวางเงินประกันสัญญางวดที่สองบริษัทฯ จะรับโอนกรรมสิทธิ์ของอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่สามารถทำ การขายจนเกิดการโอนกรรมสิทธิ์จากเจ้าของโครงการตามระยะเวลาที่กำ หนดในสัญญา ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน โดยไม่ต้องชำ ระเงินเพิ่มแต่อย่างใด ทั้งนี้ หากบริษัทฯพิจารณาไม่วางเงินประกันงวดที่สองบริษัทฯ จะถูกริบเงินประกันสัญญาที่วางในงวดที่หนึ่งตามจำ นวนยูนิตคงเหลือ และสิ้นสุดภาระหน้าที่ตามสัญญาดังกล่าว

    1. การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ (Business Unit 3: BU3

  บริษัทฯ ซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยทุกประเภทที่อยู่ในสภาพดีและมีศักยภาพนำ มาปรับปรุงก่อนนำ ออกจำ หน่ายรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทฯ รับโอนกรรมสิทธิ์จากเจ้าของโครงการ ภายใต้ธุรกิจบริหารงานขายโครงการ (BU2) ในกรณีที่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อได้ภายในระยะเวลาที่กำ หนด โดยบริษัทฯ จะรับโอนอสังหาริมทรัพย์ส่วนที่เหลือจากเจ้าของโครงการโดยไม่ต้องชำ ระค่าตอบแทนเพิ่มเติม บริษัทฯ มุ่งเน้นอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในทำ เลที่มีการคมนาคมที่สะดวก และอยู่ใกล้แหล่งชุมชน แหล่งท่องเที่ยว สถาบันศึกษา เขตเศรษฐกิจ หรือนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการซื้อสูงเพื่อให้สามารถขายให้เร็วที่สุด ทั้งนี้อสังหาริมทรัพย์ที่รับซื้อเข้ามานั้นต้องไม่มีภาระผูกพันทางกฎหมาย