แบงก์ชาติจับมือคลัง เปิดโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ มุ่งช่วยลูกหนี้ 2 ล้านบัญชี ปิดหนี้เสีย เคลียร์ประวัติ
Categories : Update News, Finance
Public : 11/11/2025กระทรวงการคลัง ธปท. และภาคสถาบันการเงิน ร่วมกันดำเนินโครงการแก้ปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหารสินทรัพย์ (Asset Management Company: AMC) ขึ้น ภายใต้ชื่อ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท. ) เปิดเผยว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ระดับ 87%ของจีดีพี ถือเป็นอัตราที่สูง จึงต้องประสานความร่วมมือ มุ่งเป้าหมายความช่วยเหลือไปที่ลูกหนี้ด้อยคุณภาพ หรือ NPLs ที่มีหนี้ต่ำกว่า 1 แสนบาท ก่อน 30 ก.ย.2568 ซึ่งมีจำนวน 4.7 ล้านบัญชี คิดเป็นจำนวน 3.4 ล้านราย ซึ่งคิดเป็นจำนวนลูหนี้มากถึง 64% ของจำนวนลูหนี้ถ้าช่วยกลุ่มนี้ได้ก็เท่ากับช่วยลูกหนี้ 64 % ของลูกหนี้ NPLs ทั้งหมด
ทั้งนี้ในเฟสแรกจะเริ่มจากการแก้หนี้ลูกหนี้ที่อยู่ในธนาคารพษริชย์ และนันแบงก์ที่เป็นบริษัทลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ก่อน ซึ่งมีจำนวน 1.6 ล้านบัญชี คิดเป็นจำนวน 1.2 ล้านราย มูลหนี้ 4.36 หมื่นล้านบาทก่อน ที่จะให้โอนหนี้เสียเข้าไปบริหารใน บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) จะรับซื้อหนี้ของลูกหนี้กลุ่มเป้าหมายข้างต้น เพื่อนำมาปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนเพื่อให้ลูกหนี้กลับมาจ่ายชำระหนี้ได้ โดย ธปท. จะปรับยุทธศาสตร์ให้ SAM เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม (social AMC) ที่มุ่งเน้นช่วยแก้หนี้ให้ประชาชนโดยไม่มุ่งหากำไร ซึ่งในระยะต่อไปจะพิจารณาขยายให้ SAM รับซื้อหนี้จากผู้ให้บริการทางการเงินประเภทอื่นเพิ่มเติมด้วย
ซึ่งลูกหนี้ที่เข้าโครงการนี้ ส่วนใหญ่จะมีมูลหนี้เฉลี่ยที่ 3 หมื่นบาทต่อราย หากสามารถเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ชำระหนี้ ปิดหนี้ได้ในครั้งเดียว ทางเครดิตบูโร จะปรับให้เป็นลูกหนี้เป็นรหัส 11 ซึ่งสามารถกู้ขอสินเชื่อต่อได้เลย แต่ถ้าเจรจาขอผ่อนชำระหนี้ ก็สามารถทยอยผ่อนได้นานถึง 3 ปี โดยจะได้เป็นรหัส 16 ก่อน พอจ่ายหนี้ครบ ก็จะกลับมาเป็นรหัส 11 ต่อไป
ทั้งนี้ อยู่ระหว่างกำหนดแนวทางการรับซื้อหนี้ และการปรับโครงสร้างหนี้ คาดว่าในเดือน ธ.ค. 68 จะแล้วเสร็จแล้วลงนามกับสถาบันการเงินทั้งหมดได้ เพื่อเตรียมโอนลูกหนี้เข้ามาที่ SAM ได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 เป็นต้นไป
เป้าหมายเบื้องต้น คาดว่าจะช่วยลูกหนี้ให้กลับมามีเครดิตและพลิกฟื้นคืนกลับเข้าสู่ระบบได้ไม่น้อยกว่า 5 - 8 แสนราย คิดเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 30 %ของลูกหนี้ที่เข้าโครงการนี้ในเฟสแรก
สำหรับ ลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนมากกว่าปกติ เพื่อลดภาระหนี้ อาทิเช่น ยกเว้นดอกเบี้ยคงค้างทั้งหมดและค่าธรรมเนียม ลดยอดเงินต้นบางส่วน เป็นต้น ทำให้ลูกหนี้สามารถกลับมาจ่ายชำระได้และปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น รวมทั้งกลับมามีประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโรที่ดีขึ้นและมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อีกครั้ง โดยมี 2 มาตรการ ได้แก่ (1) จ่ายปิดจบ ให้ลูกหนี้จ่ายชำระหนี้บางส่วนเพื่อปิดจบหนี้ในทันที และ (2) ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด ให้ลูกหนี้ผ่อนชำระเป็นระยะเวลาสูงสุดถึง 3 ปีและจะได้รับการยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ในระหว่างที่เข้าร่วมมาตรการหากปฏิบัติได้ตามเงื่อนไข
สำหรับลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) จะได้รับการช่วยเหลือผ่านกลไกการขายและโอนหนี้ให้กับบริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด (Ari-AMC) เพื่อปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนอีก 3.3 แสนบัญชี ซึ่งกระทรวงการคลังจะดำเนินการภายใต้หลักการและแนวทางการช่วยเหลือที่สอดคล้องกัน รวมทั้งสิ้นโครงการจะช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยได้มากถึง 1.9 ล้านบัญชี
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการะทรวงการคลัง ( รมว.คลัง ) กล่าวว่าโครงการนี้จะไม่ใช้แค่การดึงหนี้ออกจากสถาบันการเงินออกมาแต่จะเป็นการชุบชีวิตลูหนี้ให้อยู่ต่อได้ทั้งการลดหนี้ยืดหนี้และมีระบบที่จะทำให้กลับมาเป็นคนดีมีวินัยและไปต่อได้
นายชาติศิริ โสภณพานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะผู้แทนจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมธนาคารไทย เห็นตรงกันว่าเรื่องการแก้ไขภาระหนี้ของประชาชน เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ผ่านมามีควาามร่วมมือกันผ่านโครงการคุณสู้เราช่วย จนมาถึงโครงการนี้ เพื่อช่วยลูกหนี้ที่มีศักยภาพและอยากเริ่มต้นใหม่ช่วยผลักดันให้เข้าถึงระบบสินเชื่อใหม่ได้
นอกจากนี้ งบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้ จะมาจากโครงการคุณสู้เราาช่วย และเงินจาก AMC จึงถือว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีเพราะสามารถรักษาวินัยการเงินการคลังและลูกหนี้ที่เข้าโครงการจะไม่ผิดวินัยในการชำระหนี้อีกด้วย
โดยลูกหนี้ที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ สามารถศึกษารายละเอียดโครงการได้ที่ website ธปท. (www.bot.or.th/cleardebt) ช่องทางของ SAM (www.sam.or.th) หรือช่องทางของสถาบันการเงิน ซึ่งลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มของธนาคารพาณิชย์ที่สนใจปรับโครงสร้างหนี้กับโครงการนี้ สามารถติดต่อสถาบันการเงินเจ้าหนี้หรือสอบถามผ่าน ช่องทาง ธปท. (BOT contact center 1213) และ SAM (call center 1443) ได้ตั้งแต่ 5 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป
