ราช กรุ๊ป ประกาศกำไร 9 เดือนแรก 5,445 ล้านบาท พร้อมเข้าร่วมโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน
Categories : Update News, Stock Market, Energy
Public : 17/11/2025ราช กรุ๊ป ประกาศกำไร 9 เดือนแรก 5,445 ล้านบาท พร้อมเข้าร่วมโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน และ Direct PPA ตามนโยบาย Quick Big Win
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน) ของปี 2568 มีกำไรสุทธิ จำนวน 5,445 ล้านบาท โดยรายได้จากส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในกิจการร่วมค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทฯ ซึ่งในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าเป็นจำนวน 5,882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2567 ส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) มีจำนวน 11,766 ล้านบาท
นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดำเนินงานในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้ายังเป็นแกนหลักในการสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ โดยรายได้จำนวน 18,804 ล้านบาทของรายได้รวม คิดเป็นร้อยละ 79 มาจากกลุ่มโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 7,830.60 เมกะวัตต์ รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ซึ่งประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ และชีวมวล กำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,618.21 เมกะวัตต์ จำนวน 3,874 ล้านบาท หรือร้อยละ 16 ของรายได้รวม และรายได้จากธุรกิจเกี่ยวเนื่องและอื่นๆ เป็นจำนวน 1,247 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5“ปีนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการบริหารจัดการสินทรัพย์และต้นทุนการดำเนินการ เพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินและผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งความพยายามดังกล่าวสะท้อนในผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือนแรก โดยความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ ทั้งประเภท IPP และพลังงานทดแทนปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ปรับกลยุทธ์ธุรกิจและพอร์ตการลงทุน เพื่อให้บริษัทฯ สามารถมุ่งเน้นการเติบโตในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงาน และเสริมความแข็งแกร่งด้านการลงทุนในธุรกิจใหม่ในระยะยาว สำหรับแผนงานระยะสั้น บริษัทฯ จะเน้นการเตรียมความพร้อมเข้าร่วมในโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล โครงการ Direct PPA การเข้าลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าที่มีรายได้มั่นคง การรักษาความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการทำแผนพัฒนาโครงการใหม่ในพื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุรีหลังจากปลดระวาง เป็นต้น
ส่วนแผนในระยะกลางและระยะยาว จะมุ่งที่การเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าตามแผน PDP และเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศยุโรป การขยายไปสู่ธุรกิจไฟฟ้าแห่งอนาคตและธุรกิจที่สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่า การดำเนินกลยุทธ์ตามแผนงานนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจและขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวได้เป็นอย่างดี” นายนิทัศน์ กล่าว
ฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 มีสินทรัพย์รวม จำนวน 211,428 ล้านบาท หนี้สินรวม จำนวน 108,093 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 103,335 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.05 เท่า อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ร้อยละ 10.57 รวมทั้งอันดับความน่าเชื่อถือที่อยู่ในระดับ Investment Grade จากสถาบันการจัดอันดับชั้นนำ ได้แก่ Tris Rating ที่ระดับ AA+, Moody’s ระดับ Baa2 และ S&P Ratings ระดับ BBB-
