หลักทรัพย์บัวหลวงเปิด3ปัจจัยหนุน หุ้นปี 69 วิ่งขึ้นได้!! เงินลงทุน BOI ท่องเที่ยว ส่งออก ให้เป้าดัชนี 1,440 จุด
Categories : Update News, Stock Market
Public : 25/11/2025หลักทรัพย์บัวหลวงเปิด3ปัจจัยหนุน หุ้นปี 69 วิ่งขึ้นได้!! เงินลงทุน BOI ท่องเที่ยว ส่งออก ให้เป้าดัชนี 1,440 จุด น้ำท่วมไม่กระทบหนัก บอกรัฐเร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน! แนะนักลงทุนใช้กลยุทธ์ Barbell Strategy กระจายการลงทุนระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ เพื่อสร้างสมดุลและลดความผันผวนของพอร์ต
นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ถึงทิศทางเศรษฐกิจและ ตลาดหุ้น ปี2569 ว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มเห็นการ “ทยอยฟื้นตัว” ในไตรมาสแรก โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก 3 ปัจจัย ได้แก่
จากปัจจัยดังกล่าว หลักทรัพย์บัวหลวง ยังคงเป้าหมาย SET Index ปี 2569 ที่ระดับ 1,440 จุด คาดกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 90 บาทต่อหุ้น แม้ยังมีปัจจัยกดดัน เช่น เศรษฐกิจโลกชะลอตัว,การบริโภคในประเทศทรงตัวจากภาระหนี้ครัวเรือน และความไม่แน่นอนทางการเมือง
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศมองว่า มีโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 4 ครั้ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นด้วย และหุ้นไทยก็มีโอกาสแรลลี่ขึ้นได้ เพราะรอบปีที่ผ่านมาถือว่า อันเดอร์เพอร์ฟอร์มมากและยังเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนติดลบ ดังนั้นเมื่อมีปัจจัยเกื้อหนุนก็มีโอกาสที่จะดีดขึ้นมาได้
“ นับจากต้นปี 2568 จนถึงปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงกว่า 8% (ณ วันที่ 12 พ.ย. 2568) โดยลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ 1,056จุด ในเดือนเมษายน 2568 จากแรงกดดันทั้งปัจจัยภายในและต่างประเทศ อาทิ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว, หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี, การบริโภคภายในประเทศอ่อนแรง, ความไม่แน่นอนทางการเมือง ตลอดจนความกังวลผลกระทบมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวผันผวน“
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2568 ทีม Wealth Research ประเมินตลาดหุ้นไทยคาดเคลื่อนไหวในกรอบ Index มีค่า P/E ราว 14.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดภูมิภาคที่ราว 13 เท่า แต่อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุน FDI ในอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์, ภาคท่องเที่ยวที่ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 ปี 2568รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “เที่ยวดีมีคืน” และ “คนละครึ่งพลัส” ทำให้คาดว่าในช่วงปลายปี 2568SET Index อาจเคลื่อนไหวในกรอบ 1,280 - 1,320 จุด

ด้านนายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์ปัจจัยพื้นฐาน ฝ่าย Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง กล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับช่วงปี 2569 ยังเน้นกลุ่มหุ้นคุณภาพสูง และ/หรือหุ้นกลุ่มปันผลสูง-กระแสเงินสดสม่ำเสมอ โดยเน้นไปที่ 4 ธีมหลัก ได้แก่
Screenshot[/caption]
สำหรับการลงทุนในปี 2569 แนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ “Barbell Strategy” โดยกระจายการลงทุนระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ ดังนี้ “ตลาดหุ้น”สัดส่วน 60% (แบ่งเป็นหุ้นไทย 10 %, หุ้นต่างประเทศผ่าน DR 50% กระจายทั้งในธีมเชื่องโยง AI ในสหรัฐฯ(เช่น GOOGL0 และ NVDA01) ธีมเศรษฐกิจดิจิทัลในจีน (เช่น TENCENT01) รวมถึงอินเดีย (INDIA01)และเวียดนาม (E1VFVN3001) 2. “ตราสารหนี้” สัดส่วน 30% และ 3. “ทองคำ” สัดส่วน 10% โดยราคาทองคำยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐฯ, การเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก และแรงซื้อจากกองทุน ETF โดยตั้งเป้าราคาทองคำที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณบาทละ 78,000) ภายในปี 2569 และอาจแตะระดับ 6,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในปี 2570 - 2571 ซึ่งสะท้อนว่า “ทองคำ” ได้เข้าสู่ Super Cycle ระยะที่ 3อย่างสมบูรณ์
ส่วนกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ และยานยนต์ เนื่องจากฟื้นตัวช้าและได้รับผลกระทบจาก ภาระหนี้ครัวเรือนสูง ทั้งนี้ การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศอาจต้องอาศัยปัจจัยภายนอก เช่น การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว และการปรับเกณฑ์ส่งเสริมการลงทุนของ BOI เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
