“นรินทร์ เผ่าวณิช” ปักหมุด กฟผ. เป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เร่งหาก๊าซ LNG – ชูAI -เพิ่มประสิทธิภาพ สู่อนาคตยั่งยืน
Categories : Update News, Energy
Public : 04/12/2025นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 17 มุ่งขับเคลื่อน กฟผ. เป็นผู้ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าไทยและเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทยด้วยพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีอัจฉริยะ พร้อมเร่งจัดหา LNG ราคาถูกด้วยสัญญาระยะยาว หวังกดต้นทุนค่าไฟ
นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผย กฟผ.มีกลยุทธ์สำคัญเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและรักษาค่าไฟให้อยู่ในระดับสมเหตุสมผล ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การจัดหาก๊าซ LNG ต้นทุนต่ำ การบริหารโรงไฟฟ้าต้นทุนต่ำ และการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานใหม่รองรับอนาคต
ทั้งนี้กฟผ. เตรียมทำสัญญาจัดหา LNG ระยะยาว 10–15 ปี เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมเปิดประกวดราคา คาดภายในปี 2569 มีผู้สนใจกว่า 20 ราย โดยตั้งเป้าหมายจัดหา. LNG ประมาณ 1 ล้านตัน ปัจจุบัน กฟผ. นำเข้า LNG สัญญาระยะสั้นปี 2566–2570 โดยสามารถจัดหาได้ในราคา ต่ำกว่าเกณฑ์ กกพ. ประมาณ 30% รวมถึงการต่อยอดธุรกิจ LNG ผ่านบริษัทร่วมทุนกับ ปตท. โดย PE LNG ได้รับอนุมัติให้ติดตั้งระบบสูบถ่าย LNG ที่ สถานี LNG มาบตาพุด แห่งที่ 2 จ.ระยอง
สำหรับด้าน บริหารโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ รวมถึงการยืดอายุการใช้งาน โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ออกไปกว่า 10 ปี เนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่าการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่
นายนรินทร์กล่าวถึงการบริหารหนี้ คงค้างค่าเชื้อเพลิง (ค่า Ft) ประมาณ 40,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าตั้งเป้าเรียกคืนได้ครบภายใน ปี 2570 ควบคู่ไปกับการรักษาระดับค่าไฟให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานในราคาที่เป็นธรรม
สำหรับในปี 2569 กฟผ.เตรียมเงินลงทุนกว่า 22,000 ล้านบาท ประกอบด้วย พัฒนาและปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า 13,000 ล้านบาท งานบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 9,200 ล้านบาท พร้อมทั้งมีแผยเดินหน้าโครงการ โซลาร์เซลล์ลอยน้ำ 1,638 MW ในเขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ นอกจากนี้ยัง ยังเร่งศึกษาการใช้ ไฮโดรเจนผสมก๊าซธรรมชาติ 5% ในโรงไฟฟ้า 6 แห่ง รวมถึงผลักดันโรงไฟฟ้า SMR (นิวเคลียร์ขนาดเล็ก) รองรับความต้องการในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์
นายนรินทร์ กล่าวต่อไปว่า ผมมุ่งบริหาร กฟผ. ให้เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีประสิทธิภาพโดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ (AI) ขับเคลื่อนดำเนินงานด้วยความรวดเร็วโดยยึดหลักธรรมภิบาล โปร่งใส และตรวจสอบได้ สนับสนุนบุคลากรเรียนรู้ทักษะใหม่อย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบการบริหารองค์กรอย่างยั่งยืน หรือ GRC (Governance – Risk Management – Compliance) โดย กฟผ. ถือเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกของประเทศไทยที่ออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (SLB) วงเงิน 2,000 ล้านบาท เป็นการใช้เครื่องมือทางการเงินเชื่อมโยงกับการกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่จะลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อการผลิตไฟฟ้า 1 หน่วย ในอัตราขั้นต่ำร้อยละ 20 ภายในปี พ.ศ. 2571 ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของ กฟผ. ในการเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศสู่ Net Zero
ส่วนการดูแลสังคม ชุมชน กฟผ. ยังคงเดินหน้าสร้างการยอมรับและความร่วมมือกับพันธมิตรทุกระดับ มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าในการพัฒนาธุรกิจใหม่ร่วมกับชุมชนด้วยการยกระดับจาก CSR สู่ CSV เติบโตด้วยกันอย่างยั่งยืน
กฟผ. จะไม่เป็นเพียง “ผู้ผลิตฟ้าเพื่อความมั่นคง” แต่จะเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทยด้วยพลังงานสะอาด เทคโนโลยีอัจฉริยะ และการบริหารแบบมืออาชีพ” เพื่ออนาคตที่มั่นคง ยั่งยืนของประเทศ และคนไทยทุกคน
