” ก.ล.ต -ตลท.”พร้อมให้ความร่วมมือทุกด้านกรณีปปง.ยึดทรัพย์ทุนเทา – สแกมเมอร์  ขณะที่ก.ล.ต  ยกทีม พบ ปปง.  ขอข้อมูลเพื่อดำเนินงานตรวจสอบต่อโดยเฉพาะการแสวงหาข้อมูลผู้ถือหุ้นที่แท้จริง!! ยันพร้อมดำเนินการร่วมตรวจสอบเต็มที่ทุกด้าน! ทั้งในส่วนตลาดหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัล หวังสะกัดทุนเทา  – สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านตลาดทุน!!! ย้ำหากเปิดเผยข้อมูลเท็จ-ปกปิดข้อมูลเข้าข่ายความผิดตามมาตรา298/281/10โทษคุก2ปีปรับ5แสนบาทและปรับวันละหมื่นจนกว่าดำเนินการแล้วเสร็จ!!! พร้อมขันน้อตการทำ KYC / KYCC

Categories : Update News, Stock Market

Public : 04/12/2025

" ก.ล.ต -ตลท."พร้อมให้ความร่วมมือทุกด้านกรณี ปปง.ยึดทรัพย์ทุนเทา - #สแกมเมอร์  ขณะที่ก.ล.ต  ยกทีม พบ ปปง.  ขอข้อมูลเพื่อดำเนินงานตรวจสอบต่อโดยเฉพาะการแสวงหาข้อมูลผู้ถือหุ้นที่แท้จริง!! ยันพร้อมดำเนินการร่วมตรวจสอบเต็มที่ทุกด้าน! ทั้งในส่วนตลาดหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัล หวังสะกัดทุนเทา  - สแกมเมอร์ฟอกเงินผ่านตลาดทุน!!! ย้ำหากเปิดเผยข้อมูลเท็จ-ปกปิดข้อมูลเข้าข่ายความผิดตามมาตรา298/281/10โทษคุก2ปีปรับ5แสนบาทและปรับวันละหมื่นจนกว่าดำเนินการแล้วเสร็จ!!! พร้อมขันน้อตการทำ KYC / KYCC

     สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต) นำโดย  นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต.,  นายธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ ก.ล.ต. น.ส จอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก ก.ล.ต. เปิดแถลงข่าว  ภายหลังทางสำนักงาน  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้แถลงข่าวยุดทรัพย์ทุนเทาและ สแกมเมอร์ มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทและในกรณีนี้มีการอายัดหุ้นบางจากคอร์ปอรฺเรชั่น(BCP)มูลค่ากว่า 6,000ล้านบาท

 

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า  ช่วงเช้าวันนี้ทางทีมผู้บริหาร กลต.  นำโดยดิฉัน และ นาง  วรัชญา ศรีมาจันทร์ รองเลขาธิการ นายธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ และนางสาวสุชา บุณยเนตร ผู้ช่วยเลขาธิการ ได้ เข้าพบปปง.เพื่อขอข้อมูลเพื่อนำมาดำเนินการต่อในกรณีการแถลงข่าวของปปง.และการอายัดหุ้นที่เกิดขึ้น  และขอให้มั่นใจว่าทางสำนักงานทำงานและพร้อมตรวจสอบเต็มที่ทำทุกวัน และประสานงานหลังบ้านกับปปง.ต่อเนื่องเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีผลสำเร็จ !! และมีความชัดเจนมากขึ้นความสำเร็จในการบังคับใช้กฎหมายหากดูจากสถิติการกล่าวโทษและการปรับทางแพ่งในช่วง2ปีที่ผ่านมาที่ดำเนินการได้สำเร็จมากขึ้น

 

          อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา การดำเนินงานของ ก.ล.ต.   กรณีอาชญากรรมไซเบอร์–สแกมเมอร์นำเงินผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและ พยายามฟอกเงินผ่านตลาดทุนนั้นมีการใช้บัญชีม้า–เงินเทา ซื้อขายหุ้น หรือถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เพื่อซ่อนเส้นทางเงิน  ปปง. ได้อายัดทรัพย์จำนวนมาก รวมถึง “หุ้นของบริษัทจดทะเบียน”  ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ เรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ “ความเชื่อมั่นตลาดทุน” จึงจำเป็นที่ ก.ล.ต. ต้องเร่งดำเนินการร่วมกับทุกหน่วยงานรัฐและพร้อมทำงานเต็มที่

             

นายธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การดำเนินการของกลต.หลังเข้าพบและขอข้อมูลก็จะพิจารณาตรวบจสอบในประเด็นของ ผู้ถือหุ้นที่แท้จริง!!  ซึ่งตามพรบ.หลักทรัพย์ในเรื่องของการถือหุ้นในประเด็นการได้มาจะต้องรายงานตาม  แบบ 246-2  อยู่แล้วถ้าถือหุ้น แตะ 5% และหากการเข้าถือหุ้นถึงระดับ 25%, 50% , 75% ต้องทำ Tender Offer   อยู่แล้ว

 

"  ประเด็นการตรวจสอบไม่สามารถลงรายละเอียดได้แต่ในกรณีนี้ทางกลต.ประสานความร่วมมือกับกลตต่างประเทศ ซึ่งมีการทำความร่วมมือในการขอข้อมูลร่วมกันอยู่แล้ว เพื่อตรวจหาผู้ถือหุ้นที่แท้จริงในกรณีที่เกิดขึ้น และจะต้องเข้าไปดูเรื่องการรายงานและการเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดด้วย ซึงในกรณีนี้ยังไม่ได้สรุปว่าผิดเพราะยังอยู่ในกระบวนตรวจสอบ"  นายธวัชชัยกล่าว

อย่างไรก็ตามในกรณีหากมีการทำผิดการรายงานข้อมูลเท็จ การไม่รายงานข้อมูลให้ถูกต้อง การ ปกปิดข้อมูล ก็จะเข้าข่ายการทำความผิด ตามมาตรา 298 และ281/10 ซึ่งจะมีโทษจำคุก 2ปีและปรับไม่เกิน5แสนบาทและจะปรับวันละ 10,000 บาทจนกว่าจะมีการรายงานที่ถูกต้อง

            นาง วรัชญา ศรีมาจันทร์ รองเลขาธิการ ก.ล.ตกล่าวว่า ที่ผ่านมาตลาดทุนเรามีระบบ ระบบ KYC / KYCC  อยู่แล้ว ซึ่ง  ปัจจุบันตัวกลาง เช่น โบรกเกอร์ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล มีหน้าที่  KYC (รู้จักลูกค้า) CDD (ตรวจสอบตามกฎหมาย ปปง.) ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้น พบว่าบางส่วน “ปฏิบัติไม่เคร่งครัด”  อนาคต ก.ล.ต. จะ ขันนอตให้แน่นขึ้น และทำร่วมกับ ปปง.เพื่อการยกระดับ KYCC (Know Your Customer’s Customer) ตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องลึกกว่าเดิม  ตัวกลางต้องรับผิดชอบมากขึ้น

   น.ส จอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า  ประเด็นการฟอกเงินผ่าน สินทรัพย์ดิจิทัล (Crypto)  จะมี2รูปแบบ คือ    แพลตฟอร์มต่างประเทศ  หลายแห่งชักชวนคนไทยไปใช้งาน  หากเกี่ยวข้องกับการบริหาร domain .th สามารถให้กระทรวงดิจิทัล (ดีอี) สั่งปิดกั้นได้  หากเข้าข่ายความผิด ก.ล.ต. สามารถ “กล่าวโทษ” ตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์ แพลตฟอร์มไทย อยู่ภายใต้การกำกับ  ก.ล.ต. ยกระดับมาตรการ KYC–CDD  ซึ่งที่ผ่านมา ปิดบัญชีต้องสงสัย เช่น บัญชีม้า–เงินเทา กว่า 44,000 บัญชี รวมกว่า 200 ล้านบาท

 อย่างไรก็ตาม    ปปง. มี “กฎหมายไซเบอร์รู” (Cyber Rules) สำหรับการเก็บข้อมูลผู้โอน–ผู้รับโอน เพื่อป้องกันฟอกเงินในสินทรัพย์ดิจิทัล และ กระทรวงดีอี เชื่อมระบบข้อมูลกับทุกหน่วยงาน และส่งต่อบัญชีม้าให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.ก.ไซเบอร์ และ พ.ร.บ.ดิจิทัล อยู่ระหว่างการ “ปรับปรุง–ยกระดับ เพื่อให่การบังคับใช้ดีขึ้นในอนาคต

       ด้านนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าประเด็นที่เกิดขึ้นกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ตลาดทุนไทยแจึงอยากให้การเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำเร็จและตลท.พร้อมให้ความร่วมมือในทุกๆด้านกับทุกหน่วยงานที่ดำเนินการเรื่องนี้  เพื่อไม่ให้กลุ่มทุนเทามาใช้ตลาดทุนไทยทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

       สำหรับกรณีหุ้นบางจาก ที่ถูกอายัดไว้6,000ล้านบาท ไม่คิดว่าจะกระทบต่อสภาพคล่อง(ฟรีโฟลท)ในการซื้อขายหุ้นหรือจะเป็นหนทางสู่การครอบงำหรือเทกโอเวอร์หุ้นเพราะจากการดูปริมาณการซื้อขายหุ้นบางจากในแต่ละวันแล้วไม่ได้มากและไม่น่านำไปสู่ประเด็นการครอบงำได้ อีกทั้งหุ้นจำนวนที่ถูกอายัดเป็นหุ้นที่ถือไว้

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตุในประเด็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่มีรายชื่อไปเกี่ยวพันนั้น ที่่ผ่านมาการมาเป็นบอร์ดตลาดหลักทรัพย์มาจาก กลต.และการเลือกของบริษัทสมาชิกเข้ามา แต่จากที่ผมได้ร่วมทำงานมา 1ปี2เดือนซึ่งก่อนเข้ามาผมมีความกังวลเรื่องการ  การเปลี่ยนหมวกว่าจะทำได้ไหม ซึ่งผมพูดได้เต็มปากว่า กรรมการตลาด เปลี่ยนหมวก ได้100%และมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อตลาดทุนโดยรวม และไม่มีข้อเสนอแนะใดๆที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทตัวเองเลย