คลัง-ก.ล.ต.-คปภ.ยอมทบทวนมาตรการเพิ่มการออมภาคประชาชน “TISA” ชี้ยังมีโมเดลที่ศึษาอีกหลายตัว เตรียมหาข้อสรุปเสนอเข้า ครม.ปลายปีนี้
Categories : Update News, Finance
Public : 11/12/2025ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในการแถลงข่าวชี้แจงมาตรการเพิ่มการออมของประชาชนว่า เป็นมาตรการ “เสาหลักที่ 5” ภายใต้นโยบาย “Quick Big Win” ของรัฐบาล โดยจัดทำบัญชีการออมส่วนบุคคล (Thailand Individual Saving Account: TISA) มุ่งเน้นการส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ารูปแบบการลดหย่อนภาษีแบบเดิม เช่น RMF และ กองทุน Thai ESG
ในการออกมาตรการออมเพื่อจูงใจระยะยาวครั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาการลงทุนที่บิดเบือนแบบก่อน เช่นการลงทุนใน RMF และ กองทุน Thai ESG ที่ชาดทุนกันถึง 30% ที่ไปลงทุนหวังจะมาลดหย่อนภาษี ในครั้งนี้จึงได้เพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษี สูงสุดเป็น 8 แสนบาท สามารถเลือกลงทุนได้ตามความเสี่ยง ไม่จำกัดว่าต้องซื้ออะไรเท่าไร เช่น คนที่ชอบประกัน ก็สามารถซื้อประกันบำนาญได้ทั้ง 8 แสนบาทแต่ได้เปิดช่องให้การหักลดหย่อนของ
Thai ESG ยังได้ 1.2 เท่าแบบยาวๆ โดยไม่ต้องมาขอต่ออายุมาตรการที่จะครบกำหนดอีก รวมทั้งได้ยกเลิกเพดานการออม RMF คือ ลงทุนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมินแต่ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี เพื่อเปิดทางให้คนที่มีรายได้น้อยได้ออมได้มากขึ้น และกรณีที่ต้องการใช้เงินกะทันหัน ยังสามารถใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ 25% ของวงเงินที่ออม
และยังมีเงินให้ออมเพิ่มได้อีก 2 แสนบาท ที่จะได้ยกเว้นดอกเบี้ยเงินปันผล แต่ในส่วนนี้จะไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนเพิ่มได้อีก และต่อไปคนจะสามารถซื้อพันธบัตรรัฐบาลได้ทุกเเดือนตามมาตรการออมพลัสเชื่อว่าจะช่วยผู้สูงอายุได้ออมเงินที่ไม่มีความเสี่ยงได้มากขึ้น
ที่ผ่านมาเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ครม.ศก. เพื่อขออนุมัติในหลักการ ส่วนรายละเอียดยังต้องหารือกันต่อแต่พยายามจะเสนอเข้า ครม.ให้ได้ก่อนสิ้นปีนี้ เพราะต้องการให้มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ในปีภาษี 2569
“ พวกเราขาดทุนจากการลงทุนใน LTF คือการบิดเบือนจากอดีต มาครั้งนี้เราพยายามแก้ความบิดเบือนในอดีตเพื่อสร้างแรงจูงใจการออมในระยะยาว ไม่ต้องมาเจ๊ง ผมเองก็เจ๊ง เพราะความบิดเบือน คนซื้อเพื่อลดหย่อนภาษี รัฐบาลก็สูญเสียรายได้จากค่าลดหย่อน 4 หมื่นล้านบาท ไม่มีใครได้อะไรเลย เรื่องนี้ต้องขอบคุณทาง ก.ล.ต.เพราะได้ทำการศึกษามานานแล้ว ” นายเอกนิติกล่าว
ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล” เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต.กำลังหารูปแบบที่ดีที่สุดและได้รับผลเร็วเพื่อสร้เางแรงจูงใจให้เกิดการออมในระยะยาว แต่ตัวเลขยังไม่ยุติที่ตัวไหน ที่เสนอกันเรื่องค่าลดหย่อน 1.3 เท่า ของคนที่รายได้ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท และลดหย่อนได้ 0.7 เท่า สำหรับคยมีรายได้มากกว่า 1.5 ล้านบาท จริงๆยังมีตัวเลขอีกหลายคู่ที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณา
แต่ส่วนที่มีความชัดเจนแล้วเช่น ในเรื่องค่าลดหย่อน 8 แสนบาท จะต้องล็อคการลงทุนยาวถึงอายุ 55 ปี และต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีขึ้นไป ส่วนในวงของการออมเพิ่ม 2 แสนบาท ต้องรอ ครม. เห็นชอบก่อนไม่น่าต้องออมยาวถึงอายุ 55 ปี อาจจะล้อคแต่ออมไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ 7 ปี
สำหรับเรื่องอัตราาการลดหย่อน อยากให้มองในภาพรวมว่ามาตรการนี้มีกรอบอะไรบ้าง การที่ให้อัตราลดหย่อนแก่คนตัวเล็กมากกว่าเพราะหวังว่าการที่ได้ผลตอบแทนมากขึ้นน่าจะจูงใจให้คนกลุ่มนี้ซึ่งเป็นคนจำนวนมากหันมาออมระยะยาวมากขึ้นด้วย
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) กล่าวถึง มาตรการ สบายใจ ประกันภัย ว่า มาตรการนี้จะช่วยรองรับสังคมผู้สูงอายุ และช่วยขยายการลงทุนในตลาดทุน เพราะการปรับความค่าาเสี่ยงส่งเข้ากองทุน ทำให้เปิดโอกาสให้บริษัทประกันลงทุนในตราสารทุนได้ปีละไม่น้อยกว่า 1-2 แสนล้านบาท ซึ่งการลงทุนที่หลากหลายจะช่วยสร้างผลตอบแทนคืนกลับไปให้ผู้ซื้อกรมธรรม์ในระยะยาวได้ด้วย
