EXIM BANK เดินหน้าบทบาท Export Co-pilot ตั้งเป้าหมายขยายนักรบส่งออกอีก1เท่าตัว หวังช่วยพยุงการส่งออกปีหน้าที่คาดว่าโต 0.2%
Categories : Update News, Finance
Public : 17/12/2025นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า Exim Bank คาดว่าการส่งออกทั้งปีจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 10% ขณะที่ยังต้องเผชิญความท้าทายจากปัจจัย และโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข คือเรื่องความไม่สมดุลระหว่าง “จำนวนผู้ส่งออก” กับ “มูลค่าส่งออก” โดยเฉพาะผู้ส่งออก SMEs ที่มีสัดส่วนสูงถึง 80% ของผู้ส่งออกทั้งหมด แต่สร้างมูลค่าส่งออกได้เพียง 10% ของมูลค่าส่งออกรวม ขณะที่ผู้ส่งออกรายใหญ่ที่มีอยู่ราว 20% กลับครองสัดส่วนมูลค่าส่งออกกว่า 90% และครองสัดส่วนสินเชื่อเกือบ 70% ขณะที่ SMEs 30% มีแนวโน้มเข้าถึงสินเชื่อลดลง สะท้อนจากช่วง 5 ปีที่ผ่านมาการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจเฉลี่ยอยู่ที่ 0.3% เทียบกับการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งเติบโตเฉลี่ย 2.1% สำหรับแนวโน้มการส่งออกไทยในปี 2569 EXIM BANK คาดการณ์ว่า จะขยายตัวที่ราว 0-2% จากแรงกดดันด้านสงครามการค้า ข้อพิพาทชายแดน ความผันผวนของค่าเงิน และฐานที่สูงจากการเร่งส่งออก (Front-loading) ในปี 2568
โดยในปี 2569 EXIM BANK ตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อไว้ใกล้เคียงกับปี 2568 คืออยู่ที่ 1.8 แสนล้านบาท แต่ได้ปรับเป้าหมายการมุ่งเพิ่มจำนวนรายโดยเฉพาะผู้ส่งออก SMEs จากปัจจุบันมีฐานลูกค้ากว่า 2,200 ราย จะเพิ่มอีก 100% ในปีหน้าเป็น 4,400 ราย รวมทั้งการสนับสนุนผู้ประกอบการทุกรายให้ปรับตัว แข่งขันได้ และมีรากฐานที่มั่นคงในระยะยาว ผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่
1. กระตุ้นการส่งออก ช่วยให้ผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะ SMEs ขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ เช่นในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ New Frontiers , ตะวันออกกลาง , แอฟริกา โดยมีสินเชื่อ “EXIM Export Booster” เพื่อสนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า มาตรการภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการให้สินเชื่อพร้อมประกันการส่งออก “EXIM Safe Trade Credit” เพื่อบริหารความเสี่
2. แก้ไขหนี้ ผ่านมาตรการแก้หนี้-ดูแลหนี้ที่มีปัญหาแต่มีศักยภาพในการฟื้นฟูกิจการ และการปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้สามารถฟื้นฟูกิจการและปิดหนี้ได้เร็วขึ้น
3. เพิ่มสภาพคล่อง ด้วย “สินเชื่อเอ็กซิมเพื่อการส่งเสริมการจ้างงาน ระยะที่ 3” ร่วมกับสำนักงานประกันสังคม เพื่อเสริมสภาพคล่องให้สถานประกอบการรักษาการจ้างงาน รวมถึงมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น อุทกภัยภาคใต้ ข้อพิพาทชายแดน
4. ลงทุนเพื่ออนาคต โดยสนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน อาทิ Sustainability-Linked Loan และสินเชื่อ Green X Transformation เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจไทยให้เติบโตบนเส้นทางเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงยกระดับการผลิตสู่เทคโนโลยีขั้นสูง
นายชลัช กล่าวอีกว่า EXIM BANK มีการจัดทีมเฉพาะกิจเพื่อขยายบทบาทการสนับสนุนภาคธุุรกิจและการส่งออกไทย รวมถึงการเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตอุทกภัยในภาคใต้ ตลอดจนเตรียมพร้อมสำหรับวิกฤตต่าง ๆ ที่จะตามมา เพื่อทำหน้าที่ Export Co-pilot เป็นทีมพิเศษที่จะมาช่วยผู้ประกอบการขยายตลาดใหม่ได้จริง เป้าหมายคือ มียอดส่งออกเพิ่มขึ้น ส่งออกมีกำไร เป็๋นที่ปรึกษาและออกไปช่วยหาตลาาดส่งออกใหม่ๆ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยตลอดห่วงโซ่อุปทานให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน มีเป้าหมายเป็น Top of Mind หรือหนึ่งในใจของผู้ส่งออกไทย
“EXIM BANK พร้อมเดินหน้าร่วมกับภาครัฐและผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อทำหน้าที่ Export Co-pilot เคียงข้างผู้ประกอบการไทยรุกตลาดโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างรอบด้าน โดยมุ่งช่วยลดต้นทุนธุรกิจในปัจจุบัน ขยายตลาดสู่อนาคต และวางรากฐานสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคตที่ยั่งยืน” นายชลัช กล่าว
