เปิดมุมมอง ไทยพาณิชย์–ซิตี้แบงก์ “Wealth for All” ปฏิรูปการเงินไทย สร้างความมั่งคั่งเตือนไทยเสี่ยง “ตกชั้น” หากไม่ยกระดับอุตสาหกรรม

Categories : Update News, Finance

Public : 19/12/2025

ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย    เผยมุมมองการขับเคลื่อนระบบการเงินไทย ภายใต้แนวคิด “Wealth for All : ปฏิรูปการเงินเพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างทั่วถึง” บนเวทีสัมมนา Thailand Next Move 2026 : Wealth Creation จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร สะท้อนบทบาทสถาบันการเงินจาก “ผู้รักษาเสถียรภาพ” สู่ “ตัวเร่งการเติบโต” ของเศรษฐกิจไทย

 

ไทยพาณิชย์มองเศรษฐกิจไทยยังมีหวัง ชู Wealth เป็นเรือธง จัดการหนี้–สร้างวินัยการเงิน

 

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ปี 2569 จะเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง โดยคาดว่า GDP จะเติบโตราว 1.5% แม้ชะลอลงจากปีก่อน แต่ยังอยู่ในภาวะขยายตัว ท่ามกลางความเสี่ยงเชิงโครงสร้างและโอกาสจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ยังเติบโตในระดับสูง

 

ขณะเดียวกัน ภาครัฐเตรียมประกาศแผนปฏิรูปการคลังในปี 2569 ซึ่งหากดำเนินการได้จริง จะช่วยลดภาระหนี้สาธารณะในระยะยาว อย่างไรก็ดี ปัญหาสำคัญยังอยู่ที่ประสิทธิภาพการใช้จ่ายภาครัฐและวินัยทางการคลัง

 

“แม้เศรษฐกิจจะโตช้า แต่ยังมีความหวัง เราต้องถอยออกมามองให้ไกลขึ้น เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอ และผมเชื่อในพลังของความร่วมมือ” นายกฤษณ์กล่าว

     

บทบาทธนาคาร : สร้างการเติบโต–ให้คำแนะนำการเงิน

นายกฤษณ์ระบุว่า สถาบันการเงินมีบทบาทหลัก 2 ด้าน ได้แก่  1.การผลักดันการเข้าถึงแหล่งเงินทุน   2.การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว

ในด้านการปล่อยสินเชื่อ SME ซึ่งชะลอตัวจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ไทยพาณิชย์ได้เริ่มเชื่อมภาคการเงินกับหน่วยงานด้านนวัตกรรมและสิทธิบัตร เพื่อผลักดัน New S-Curve ผ่านการนำงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญา (IP) มาสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ โดยเตรียมทดลองปล่อยสินเชื่อในรูปแบบ Sandbox และอาจขยายสู่โมเดลค้ำประกันจากภาครัฐในอนาคต

ด้านการแก้ปัญหาหนี้ ธนาคารเริ่มจากภายในองค์กรผ่านโครงการ SCB Healthy เพื่อปรับ Mindset และสร้างวินัยทางการเงิน โดยย้ำว่า การพักหนี้เพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบระยะยาว

ทางออกของปัญหาหนี้คือการปรับวิธีคิด และสร้างวินัยทางการเงินที่สอดคล้องกับโลกความจริง”

     

Mobile Banking เครื่องมือกระจายความมั่งคั่ง

 

ไทยพาณิชย์มองว่า Mobile Banking คือเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงบริการทางการเงินและการลงทุนอย่างทั่วถึง โดยอยู่ระหว่างพัฒนาแพลตฟอร์มให้เป็น “ผู้ช่วยวางแผนการเงิน” ตั้งแต่การจัดการหนี้ ไปจนถึงการลงทุน ขณะที่กลุ่มลูกค้ามั่งคั่งจะได้รับการดูแลผ่านเครือข่ายระดับโลก

 

สำหรับปี 2569 ธนาคารยังคงเดินหน้าสู่ Digital Bank with Human Touch โดยมีธุรกิจ Wealth เป็นเรือธง พร้อมเป้าหมายการเป็นธนาคารอันดับ 1 ด้านการบริหารความมั่งคั่งและบริการลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ

 

“กว่า 118 ปี ไทยพาณิชย์ไม่เคยลืมบทบาทในการช่วยให้ประเทศหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง และเติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

   

ซิตี้แบงก์เตือนไทยเสี่ยง “ตกชั้น” หากไม่ยกระดับจากโรงงานราคาถูกสู่มูลค่าสูง

 

นางสาวนฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย มองว่า เศรษฐกิจโลกยังขยายตัวได้ดีกว่าคาด ภายใต้การเติบโตเฉลี่ย 2.5–2.7% ซึ่งเป็นระดับ “ไม่ร้อนแรง แต่ไม่หยุดนิ่ง” สะท้อนการค้นหาจุดสมดุลใหม่ของระบบเศรษฐกิจโลก

 

ซิตี้แบงก์ประเมินว่า ปี 2569 จะเป็นปีแห่ง “ทางแยก” ของเศรษฐกิจโลก ระหว่างการเติบโตต่อเนื่องกับความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ทวีความรุนแรงแบบ Snowball Effect ทั้งปัญหาหนี้สาธารณะ สังคมสูงวัย และภูมิเศรษฐศาสตร์

 

“ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มผู้ชนะจากการย้ายฐานการผลิต แต่คำถามคือเราจะรักษาสถานะนี้ได้นานแค่ไหน”

 

นางสาวนฤมลเตือนว่า ไทยมีความเสี่ยงจะ “ตกชั้น” เมื่อเทียบกับเวียดนามและฟิลิปปินส์ภายใน 5 ปี หากไม่สามารถยกระดับจาก Low-cost Manufacturing สู่ High-value Manufacturing ได้ แม้ FDI ปี 2567 จะเพิ่มขึ้นเกือบ 200% แต่ยังคงกระจุกตัวในบางอุตสาหกรรมและบางประเทศ

 

บทบาทใหม่สถาบันการเงิน จากผู้รักษาเสถียรภาพ สู่ Growth Accelerator

ซิตี้แบงก์วางบทบาทเป็น Allocator จัดสรรเงินทุนสู่ New S-Curve เช่น EV, Smart City และ Digital โดยใช้เครือข่ายธุรกรรมระดับโลกกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน สนับสนุน Supply Chain Financing เชื่อม MNCs สู่ SME

 

“Wealth for All ต้องเริ่มจากการสร้างความมั่งคั่งก่อน สูตรง่ายที่สุดคือ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และทำให้กำไรเติบโตอย่างยั่งยืน”

   

ชู Cross-border Solution ปลดล็อกความกลัว พาธุรกิจไทยสู่เวทีโลก

เป้าหมายปี 2569 ของซิตี้แบงก์ คือการเป็น ธนาคารอันดับ 1 ด้านธุรกรรมข้ามพรมแดน โดยยกโมเดลเกาหลีใต้เป็นต้นแบบ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Digital Future ผ่าน Citi Token Services และ Citi Payment Express

 

“ธนาคารยุคใหม่ไม่ได้แค่ปล่อยกู้ แต่ต้องเป็น Solution Provider โดยเฉพาะ Cross-border Solution ที่ช่วยให้ลูกค้าค้าขายได้มากขึ้น ต้นทุนต่ำลง และหมุนธุรกิจได้เร็วขึ้น”