ธปท. ผนึก คลัง ออกเกณฑ์คุมร้านทองสกัดบาทแข็ง สั่งรายงานธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์ม พร้อมส่งสรรพากร รีดภาษีธุรกิจเฉพาะเพิ่ม

Categories : Update News, Finance

Public : 23/12/2025

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท. )  แถลงข่าวร่วมกับ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ( ... ) เรื่องสถานการณ์ค่าเงินบาท ว่า ค่าเงินบาทในช่วงเดือน ธ.. มีอัตราการแข็งค่า 4.2% มากกว่าสกุลเงินในภูมิภาค และตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งค่า 9.2% แข็งค่าในระดับต้นเมื่อเทียบประเทศอื่นในภูมิภาค พบสาเหตุมาจากมีการแลกเงินดอลล่าร์จำนวนมากที่มาจากการซื้อขายทองคำ ซึ่งพบว่ามูลค่าการซื้อขายทองคำสูงมากกว่าการลงทุนในหุ้นในบางช่วง โดยรายได้ของผู้ค้าทอง 15 รายใหญ่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2567 มีอัตราขยายตัวมากถึง 39% ของจีดีพี  เทียบปี 2566 อยู่ที่ 26 % ของจีดีพี และในช่วงปี 2568 พบว่า มูลค่าซื้อขายทองคำเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 65,937 ล้านบาท โดยมีวันที่มีการซื้อขายสูงสุดอยู่ที่ 255,566 ล้านบาท ขณะที่การซื้อขายหุ้นมีค่าเฉลี่ยต่อวันที่ 42,417 ล้านบาท มีมูลค่าต่อวันสูงสุดที่ 74,437 ล้านบาท  ซึ่งในจำนวนร้านค้าทองรายใหญ่ที่มีแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำ 15 ราย ในจำนวนนี้พบว่ามี 3-4 รายที่เป็นรายใหญ่มีการทำธุรกรรมมาก

ดังนั้น ทาง ธปท. จึงได้ขอแก้ประกาศกระทรวงการคลังเพื่อเข้าไปกำกับดูแลธุรกรรมการซื้อขายทองคำของร้านค้าสมาคมเฉพาะปริมาณที่มีจำนวนมากๆมีการเทรดต่อรายที่หลักร้อยล้านบาทถึงหลักพันล้านบาทและมีการซื้อขายวันละหลายๆรอบเหวี่ยงไปมาซึ่งถือว่าผิดปกติโดยจะไม่กระทบกับประชาชนหรือคนที่ออมผ่านการซื้อทองตามแฟตฟอร์มและรวมถึงการซื้อทองตามหน้าปกติก็จะไม่กระทบจากมาตรการนี้

           

เบื้องต้น ประกาศกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ คาดได้ข้อสรุปก่อนสิ้นปีนี้ และทางธนาคารแห่งประเทศจะมีอำนวจในการขอเรียกดูปริมาณการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์ม โดยที่ไม่มีการส่งมอบทองจริงจากร้านค้าได้ในช่วงกลางเดือน ม..ปี 69 เป็นต้นไปเชื่อว่ามาตรการนี้จะทำให้ลดปริมาณการเก็งกำไรในการเทรดทองคำซึ่งจะมีผลต่อค่าเงินในระยะต่อไปได้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า  สำหรับแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์ค่าเงินบาทได้ข้อสรุปร่วมกันดังนี้

1 ให้กรมสรรพากรพิจารณาแนวทางการกำหนดให้ผู้ให้บริการซื้อขายทองคำในลักษณะการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำดังกล่าวให้แก่กรมสรรพากรเช่นเดียวกับแพลตฟอร์มสินค้าหรือบริการออนไลน์ที่มีการนำส่งข้อมูลรายรับที่ได้จากผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการผ่านแพลตฟอร์มให้แก่กรมสรรพากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้วในปัจจุบัน

2 ให้กรมสรรพากรพิจารณาความเหมาะสมในการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากกิจการขายทองคำแท่งของร้านทองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งอยู่ระหว่างหาอัตราภาษีที่เหมาะสม

3 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาแนวทางการกำกับปริมาณการทำธุรกรรมทองคำ เช่น การกำหนดเพดานวงเงินการซื้อขายทองคำในแพลตฟอร์มออนไลน์ เป็นต้น

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก..ประเด็นที่มีข้อสังเกตว่า การซื้อขาย USDT ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทแข็งค่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ชี้แจงว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากปริมาณธุรกรรมซื้อขาย USDT รวมถึงยอดการแลก USD เป็น THB ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล คิดเป็นเพียงร้อยละ 1.22 และร้อยละ 0.17 ของยอด FX inflow ซึ่งมีจำนวน 29.1 ล้านล้านบาท ตามลำดับ จึงไม่มีนัยยะต่อค่าเงิน

ในระยะต่อไป ทั้ง 3 หน่วยงานจะได้มีการติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการค่าเงินบาทที่เหมาะสมต่อไป