คลัง ธปท. ปปง. และ กลต. ตั้งทีมเชื่อมข้อมูล Data Bureau คุมร้านทองในแพลตฟอร์ม-แลกเงิน-นำเงินนอกเข้าประเทศ หวังสกัดทุนเทา แก้บาทแข็ง
Categories : Update News, Finance
Public : 09/01/2026นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวภายหลังการประชุมเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Data Bureau) ว่า ผลประชุมได้ข้อสรุปเรื่องแนวทางในการปิดช่องโหว่ของกฎหมายที่เกิดจากนวัตกรรมทางการเงินที่ทันสมัยขึ้นในปัจจุบัน จากธุรกรรมการเงินต้องสงสัย หรือเงินเทา เงินดำ เบื้องต้นจะดำเนินการผ่านข้อกำหนด OpenAPI เพื่อเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นต้น ผ่านระบบของ ITMX รวมถึงจะมีการยกระดับกระบวนการตรวจสอบผ่านการยืนยันตัวตนของประชาชน (KYC) และการยืนยันตัวตนสำหรับร้านค้าที่ให้บริการ (KYM) ให้เข้มข้นมากขึ้น
“นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องการปราบปราบทุนเทา ทุนดำอย่างมาก เพราะธุรกรรมเงินเทา เงินดำนี้ เคยมองว่าไทยเป็นสวรรค์ของการฟอกเงิน แต่ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมานี้ เรามีการดำเนินการตรวจขันที่เข้มงวดมากขึ้น ในการเปลี่ยนสวรรค์ของการฟอกเงินให้เป็นนรกในการฟอกเงิน บนเครื่องมือทั้งหมดที่มี ขณะที่การดำเนินการในส่วนไหนที่ยังทำไม่ได้ ก็จะต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามาเขียนกฎ กติกาเพิ่มเติมต่อไป” นายเอกนิติ กล่าว
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าของการควบคุมธุรกรรมการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์ม ว่า กระทรวงการคลังดำเนินการ 2-3 เรื่อง ได้แก่ 1. เตรียมออกประกาศกระทรวงการคลังกำหนดให้มีการ KYC ในการซื้อขายทองคำที่ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ระหว่างการยกร่างประกาศดังกล่าว ทั้งการกำหนดหลักเกณฑ์ รายละเอียดทั้งหมด เพื่อเป็นการรู้จักคนที่จะเข้ามาทำธุรกรรมซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้จะมีการประกาศใช้ต่อไปเร็วๆนี้
2. กรมสรรพากรจะมีการออกระเบียบเพื่อกำหนดการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์จะต้องมีการจัดทำบัญชีพิเศษแยกออกมาจากการซื้อขายสินค้าทั่วไป และผู้ประกอบการจะต้องมีหน้าที่รายงานข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายให้กรมสรรพากรเพื่อใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมที่เกิดขึ้น โดยหลังจากนี้จะให้กรมสรรพากร ออกตรวจร้านทองที่มีร้านซื้อขายทองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เจ้าใหญ่
3. อยู่ระหว่างดำเนินการให้มีการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะกับการซื้อขายทองคำที่ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม หรือการซื้อขายแบบกระดาษ โดยเรื่องนี้ต้องดำเนินการผ่านพระราชกฤษฎีกา ต้องใช้อำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดังนั้นในส่วนนี้อาจจะต้องมาดูว่าในกรณีที่เป็นรัฐบาลรักษาการจะดำเนินได้แค่ไหน อย่างไร
ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้กรมศุลกากรไปดูความเหมาะสมในการเก็บภาษีนำเข้าทองคำ ว่าควรมีการดำเนินการหรือไม่ ถ้ามีจะเป็นเท่าไหร่ ซึ่งในส่วนนี้ยังต้องใช้เวลาในการทำการบ้านอย่างละเอียดก่อน
“กรมศุลกากรต้องไปดูความเหมะาสมในการจัดเก็บภาษีนำเข้าทองคำว่าควรจะมีหรือไม่ ต้องไปดูข้อมูลเทียบเคียบกับหลาย ๆ ประเทศว่ามีใครจัดเก็บบ้าง และเมื่อมีการดำเนินการจัดเก็บแล้วส่งผลอย่างไรต่อตลาดทองคำบ้าง ดังนั้นตอนนี้คงยังเร็วเกินไปที่จะพูดในรายละเอียด ต้องให้กรมศุลกากรกลับไปทำการบ้านก่อน” ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุ
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้ ธปท.ได้ดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินในส่วนของการรายงานข้อมูลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับทองคำเรียบร้อยแล้ว โดยหลังจากนี้จะนำส่งให้ รมว.การคลัง และประกาศให้มีผลต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ราววันที่ 20 ม.ค. 2569 ขึ้นไป
สำหรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวนั้น จะให้อำนาจ ธปท.เข้าไปตรวจสอบธุรกรรมการซื้อขาย รวมถึงกำหนดเพดานการซื้อขายทองคำบนแอปพลิเคชันต่อคนต่อวันต่อธุรกรรมด้วย เช่น อาจกำหนดลิมิตสำหรับบุคคลธรรมดาในการซื้อขายทองคำเกิน 100-200 ล้านบาทต่อคนต่อวันต่อธุรกรรม อาจจะต้องขออนุญาต เป้าหมายเพื่อลดความผันผวนของค่าเงินบาท
นอกจากนี้ เตรียมออกหลักเกณฑ์กลางให้ผู้ให้บริการอี-วอลเล็ต มีการกำหนดลิมิตการใช้จ่ายต่อวัน เพื่อควบคุมการใช้จ่ายต่อวันที่ที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล ขณะเดียวกันในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจที่ให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Money Changer) นั้น ได้มีการกำหนดเพดานในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของบุคคลไว้ที่ 8 แสนบาทต่อคนต่อวัน จากเดิมที่ไม่มีการกำหนดเพดานไว้เลย
“ ต้องยอมรับว่าบางธุรกรรมมีแนวโน้มและมีความเชื่อว่าจะเกี่ยวข้องกับทุนเทาอย่างแน่นอน และบางธุรกรรมก็เกี่ยวต่อเนื่องทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นด้วย ตรงนี้มีหลายมิติที่ทับซ้อนกันอยู่ ก็ต้องมาแยกออกจากกันและพิจารณาดำเนินการเป็นส่วน ๆ ไป แต่เวลาพูดถึงความกังวลเรื่องทอง ต้องยอมรับว่าบางธุรกรรมเกี่ยวข้องกับเงินเทา และบางธุรกรรมทำให้บาทแข็งแน่นอน เพราะหากไปดูข้อมูลจะพบว่า บางช่วงเวลาวอลุ่มการซื้อขายทองสูงถึง 6 หมื่นล้านาท ขณะที่วอลุ่มการซื้อขายหุ้นอยู่ราว 3-4 หมื่นล้านบาทต่อวันเท่านั้น และทองไม่มีหน่วยงานกำกับดูแล ยิ่งเห็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงในวันที่เงินบาทแข็งค่าผิดปกติ พบว่า ปริมาณการซื้อขายดอลลาร์ในตลาดมาจากกลุ่มผู้ค้าทองคำ โดยเฉพาะจากผู้ค้าผ่านแอปพลิเคชันที่ซื้อขายเป็นเงินบาท กลุ่มนี้มีแรงขายบางวัน 45-60% ของทั้งประเทศในวันที่บาทแข็ง ดังนั้นตรงนี้เป็นแรงกดดันทำให้บาทแข็งแน่นอน” ผู้ว่าการ ธปท. ระบุ
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระห่างการเตรียมออกแนวปฏิบัติในการใช้หลักการ Travel Rule เพื่อให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทุกรายรวบรวมข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายระหว่างกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet) ของบุคคลที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้โอนและผู้รับได้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกแนวทางปฏิบัติดังกล่าวได้ภายในไตรมาส 1/2569
