“Tech War “หนุนยอด ขอ BOI ทุบสถิติ ทะลุ 1.8 ล้านล้าน ดันไทยขึ้นแท่น Tech Hub ASPS คัด 4 กลุ่มอุตสาหกรรม 10 หุ้นน่าสนใจ!
Categories : Update News, Stock Market
Public : 27/01/2026"Tech War "หนุนยอด ขอ BOI ทุบสถิติ ทะลุ 1.8 ล้านล้าน ดันไทยขึ้นแท่น Tech Hub ASPS คัด 4 กลุ่มอุตสาหกรรม 10 หุ้นน่าสนใจ! รับอานิสงส์ BOI มี WHA, AMATA, PIN GULF, GPSC INSET, AIT DELTA, KCE, HANA
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุ ทิศทางการลงทุนไทยปี 2568 สดใสหลังยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พุ่งทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับกระแสย้ายฐานการผลิตจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ภาพรวมตลาดหุ้นโลกยังผันผวนจากนโยบายดอกเบี้ย FED และความไม่แน่นอนเรื่องภาษีของทรัมป์ ทำให้นักวิเคราะห์แนะจับตากระแสเงินทุนไหลเข้ากลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ พร้อมเปิดโผหุ้นพื้นฐานดีที่กองทุนถือครองน้อยเพื่อหลบแรงเทขาย
ยอด BOI ปี 68 นิวไฮ 1.8 ล้านล้านบาท รับอานิสงส์ Tech War สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุนตลอดปี 2568 พบว่ามีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีมูลค่าเงินลงทุนรวมสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% จากปีก่อนหน้า (YoY) และมีจำนวนโครงการรวม 3,370 โครงการ, ปัจจัยหนุนสำคัญเกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Tech War) ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่เร่งให้นักลงทุนย้ายฐานการผลิตมายังไทย โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มาแรงแซงกลุ่มยานยนต์และปิโตรเคมีเดิม คือ กลุ่มเทคโนโลยีและดิจิทัล และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
ฝ่ายวิจัย บล. เอเซีย พลัส ประเมินว่าเม็ดเงินมหาศาลนี้จะทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการก่อสร้างและการจ้างงานใน 1-3 ปีข้างหน้า โดยหุ้นที่ได้รับอานิสงส์หลักแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
1. กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม: ยอดขายที่ดินเพิ่ม (WHA, AMATA, PIN)
2. กลุ่มโรงไฟฟ้า: ความต้องการใช้ไฟพุ่งตามโรงงาน (GULF, GPSC)
3. กลุ่มรับเหมาและวางระบบ: รองรับโครงสร้างพื้นฐาน (INSET, AIT)
4. กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์: รับ Supply Chain ใหม่ (DELTA, KCE, HANA)
จับตาประชุม FED และผลประกอบการบิ๊กเทคฯ สัปดาห์นี้ สำหรับปัจจัยต่างประเทศ สัปดาห์นี้ (ปลายเดือนมกราคม 2569) ตลาดจับตาการประชุม FED ครั้งแรกของปีในวันที่ 28 ม.ค. ซึ่งคาดการณ์เกือบ 100% ว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 3.75%, นอกจากนี้ยังต้องติดตามการรายงานงบการเงินของกลุ่ม "MAG7" อาทิ Microsoft, Meta, Tesla และ Apple รวมถึงกลุ่ม Defense และ Chip ที่จะทยอยประกาศออกมา ในขณะที่ประเด็นภาษีของทรัมป์ (Tariff) ล่าสุดศาลฎีกาสหรัฐฯ อาจเลื่อนการตัดสินคดีออกไปเป็นวันที่ 20 ก.พ. แต่ระหว่างนี้ทรัมป์ยังคงใช้มาตรการภาษีกดดันคู่ค้าต่อเนื่อง ทั้งจีน ยุโรป และเกาหลีใต้ สร้างความผันผวนให้ตลาด

เทรนด์เงินทุน: ทิ้งหุ้นเข้าหา Commodity ความไม่แน่นอนในตลาดการเงินส่งผลให้เห็นสัญญาณกระแสเงินทุน (Fund Flow) ไหลออกจาก ETF ตลาดหุ้นทั่วโลกกว่า 2.37 หมื่นล้านบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเม็ดเงินไหลเข้าสู่กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) แทน โดยเฉพาะกลุ่มโลหะมีค่า เช่น ทองคำ เงิน และทองแดงสอดคล้องกับข่าวใหญ่ในวงการเหมืองแร่ที่ Zijin Mining Group ประกาศเดินเครื่องผลิตเหมืองทองแดง Julong เฟส 2 อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตทองแดงได้ถึง 57%
กลยุทธ์ลงทุน: หลบแรงขายกองทุน เฟ้นหาหุ้น Laggard สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้นักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อสุทธิ 2.8 พันล้านบาท แต่กองทุนในประเทศยังคงขายสุทธิอย่างหนักต่อเนื่องกว่า 2.6 หมื่นล้านบาทในเดือนนี้
ฝ่ายวิจัยฯ จึงแนะนำกลยุทธ์ "เลือกเก็งกำไรหุ้นพื้นฐานที่กองทุนถือหุ้นน้อยกว่า 1%" เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกกองทุนเทขาย โดยหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ IRPC, STA, STGT, CPAXT, BA, SJWD, SIRI, LH, SPALI และ DELTA,
ในทางตรงกันข้าม ควรระมัดระวังหุ้นที่กองทุนถือเยอะเกิน 4% ซึ่งอาจมีความเสี่ยงถูกขายกดดันราคา เช่น KTB, SCB, PTT และ AMATA เป็นต้น ทั้งนี้ หุ้นเด่น (Top Pick) ที่ฝ่ายวิจัยแนะนำยังคงเน้นหุ้นที่อิงราคา Commodity และราคาลงมาลึก คือ PTTEP, IVL และ TRUE
