ธปท.เตรียมแก้ประกาศเปิดทางตรวจสอบเส้นเงินผิดปกติ สกัดเงินเทา คาดเริ่มได้อีก 2-3 เดือนจากนี้ จับตาใครเบิกเงินสดเกิน 3-5 ล้านบาท ต้องชี้แจงได้
Categories : Update News, Finance
Public : 28/01/2026นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท.) กล่าวในงานสัมมนา Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย ว่า ธปท. เตรียมแก้ประกาศเพื่อเปิดทางให้ ธปท. เข้าตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมการเบิกเงินของลูกค้าสถาบันการเงิน หวังยกระดับการกำกับดูแลระบบการเงิน เพื่อสกัดกั้น "เงินเทา" โดยเพิ่มมาตรการตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัยและความเข้มข้นการตรวจสอบผู้ให้บริการทางการเงินภายใต้กำกับ เพื่อหาสรุปรูปแบบธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ เช่น ธุรกรรมมูลค่าสูงหรือมีความถี่สูงผิดปกติคาดได้ข้อสรุปภายในประมาณ 2-3 เดือนหลังจานี้ เช่น การกำหนดเพดานให้เบิกถอนเงินสด หากมีการเบิกเกินวงเงินที่กำหนด เช่น 3 ล้านบาท หรือ 5 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาตัวเลขที่เหมาะสม ทางธนาคารพาณิชย์จะต้องเข้าไปตรวจสอบและสอบถามวัตถุประสงค์การใช้เงินสด รวมถึงทำกระบวนการวิเคราะห์ ว่า เป็นการใช้เงินที่สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจหรือสถานะของลูกค้าหรือไม่ เพราะหากสามารถชี้แแจงได้ว่าเอาเงินสดจำนวนมากไปทำอะไรก็ไม่มีปัญหา เพราะปัจจุบันการซื้อขายทรัพย์สินส่วนใหญ่สามารถใช้การโอนเงินหรือเช็คได้ แทบไม่มีเหตุผลที่ต้องใช้เงินสดจำนวนมาก
" ธปท.ในฐานะผู้พิมพ์ธนบัตรและเป็นต้นทางของระบบเงิน มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการไหลเวียนของเงินสดในระบบเศรษฐกิจ แม้ปัจจุบัน ธปท.จะไม่สามารถมองเห็นข้อมูลธุรกรรมการโอนเงินทั้งหมดของประชาชนได้ แต่สามารถดึงข้อมูลธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติจากการรายงานของธนาคารพาณิชย์ และส่งต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ "
ซึ่งก่อนหน้านี้ 10 วันที่ผ่านมา ไปจนถึงสิ้นเดือน ก.พ. 69 ได้ขอความร่วมมือไปสถาบันการเงินทุกแห่ง ให้รายงานการเบิกถอนเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติ จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามีการเบิกถอนเงินสดจำนวนมากในระดับ 250 ล้านบาท และอีกธุรกรรม มีการถอนเงินสด 200 ล้านบาท แยก 2 ธนาคารๆ ละ 100 ล้านบาท และบางกรณีมีการเจาะจงขอเป็นธนบัตรใบละ 500 บาทเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สอดคล้องกับการทำธุรกรรมทั่วไป ซึ่งตรงนี้จะเข้าไปตรวจสอบ เพื่อนำข้อมูลประสานส่งต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ต่อไป หากมีข้อสงสัย
นอกจากนี้ ธปท.ยังเตรียมเข้มงวดการแลกเปลี่ยนเงินสดผ่านผู้ประกอบธุรกิจแลกเงิน (Money Changer) โดยกำหนดวงเงินแลกเปลี่ยนไม่เกิน 800,000 บาท และในพื้นที่ชายแดนให้แลกได้ไม่เกิน 200,000 บาท เพื่อป้องกันการนำเงินสดผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบการเงิน และในส่วนของธุรกรรมผ่าน e-Money และ e-Wallet จะมีการเชื่อมต่อข้อมูลเข้าระบบ CFR และการโอนเงินเข้าออกจะต้องมีการทำ Profiling ตามระดับ KYC ให้สอดคล้องกับลักษณะอาชีพและรายได้ โดยมาตรการในส่วนนี้จะเริ่มดำเนินการภายในเดือนมกราคม 2569
สำหรับกรณีการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น USDT และ USDC พบข้อมูลที่น่าสงสัยว่า กว่า 40% ของธุรกรรมในตลาดไทยเป็นของชาวต่างชาติ ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นชาวต่างชาติจริง เหตุใดจึงไม่ทำธุรกรรมผ่านตลาดในประเทศของตนเอง เช่น สิงคโปร์หรือฮ่องกง ก็สามารถทำธุรกรรมแบบนี้ในประเทศของตัวเองได้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความพยายามหลีกเลี่ยงระบบการโอนเงินตามปกติ โดย ธปท.ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางเงินต่อไป
