“ ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” โชว์ผลงาน กว่า1ปี นั่งบริหาร กบข.รื้อใหญ่ นโยบายลงทุนดันผลตอบแทนพุ่ง5.18% -สมาชิกลงทุนทอง25%
Categories : Update News, Stock Market, Wealth
Public : 30/01/2026“ ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” โชว์ผลงาน กว่า1ปี นั่งบริหาร กบข.รื้อใหญ่ นโยบายลงทุน จากลงทุนสินทรัพย์มั่นคงสูง60% และอื่นๆ40% เป็น แผนเชิงรุก และเชิงรับ 50:50 สร้างผลงานแจ่ม!! ปี68 ได้ผลตอบแทนกว่า 5.18% ชนะเงินเฟ้อ/ชนะตลาด พร้อมปรับแผนลงทุนสมาชิกเลือกลงทุนทองคำได้25% ใช้ทองคำบริหารความเสี่ยง !!!

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดแถลงผลดำเนินปี2568 และผลงานตลอดเวลาที่นั่งตำแหน่งเลขาธิการ กบข. ว่า
ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจประเทศหลัก และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กบข. จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและขับเคลื่อนการลงทุนเชิงรุกด้วยการปรับนโยบายจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset Allocation: SAA) ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป
พร้อมทั้งได้ปรับนิยามและมุมมองต่อประเภทสินทรัพย์การลงทุน จากเดิมที่แบ่งเป็นสินทรัพย์มั่นคงสูงและสินทรัพย์เสี่ยง มาเป็นการพิจารณาแนวการจัดกลุ่มสินทรัพย์เชิงรุกและสินทรัพย์เชิงรับ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารการลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนในระยะยาว และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับสมาชิก ส่งผลให้ในปี 2568 กบข. สามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนกองสมาชิกได้ดีกว่าที่คาดหมายโดยปี2568 สร้างผลตอบแทนได้ 5.18% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 3.91 % และสูงกว่าเป้าหมายที่จะต้องชนะเงินเฟ้อ2% คือถ้าเงินเฟ้อ1% กบข.ต้องทำให้มีผลตอบแทน 3%สำหรับผลตอบแทนรายแผนส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะแผนทองคำ ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 52.78% แผนหุ้นต่างประเทศ 17.47% แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย 9.38% แผนเชิงรุก65 8.89% แผนสมดุลตามอายุ (สมาชิกอายุน้อยกว่า 55 ปี) 8.74% และแผนลงทุนพื้นฐานทั่วไป 4.31% สะท้อนถึงการกระจายการลงทุนที่เหมาะสมที่ช่วยเสริมศักยภาพผลตอบแทนให้กับสมาชิก

“ กบข. ใช้ทองคำในการบริหารความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน โดยทองคำจัดในหมวดการลงทุนเชิงรับของ กบข ซึ่งมีสัดส่วนลงทุนประมาณ 7% ของพอร์ตรวม ขณะเดียวกันในส่วนของสมาชิก ก็เพิ่มเพดานการลงทุนในทองได้มากขึ้น จากเดิม 15% เป็น25% ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกลงทุนทอง ประมาณ 30,000 คน มีมูลค่าประมาณ 7.6 พันล้านบาท “ เลขาธิการ กบข กล่าว
สำหรับน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยก็ยังให้ความสำคัญแต่ก็ยอมรับว่าน้ำหนักการลงทุนเมื่อเทียบอดีตลดลง โดยปัจจุบันลงทุนหุ้นไทยประมาณ5%
นอกจากนี้ กบข. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตสมาชิกในระยะยาว โดยในปี 2568 กบข. สามารถเพิ่มสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสบรรลุเงินก้อนเพียงพอต่อการมีคุณภาพชีวิตหลังเกษียณอย่างมีสุข ในระดับดี (P75) จาก 18% ในปี 2567 เป็น 25% ลดสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสไม่บรรลุเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2569 กบข. จะเดินหน้าศึกษาโอกาสการลงทุนใหม่ผ่านโครงการนำร่อง ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Housing Sandbox) และศึกษาโอกาสลงทุนในเศรษฐกิจสูงวัย (Siver Economy) รวมถึงกระตุ้นให้สมาชิกออมเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุ และเป้าหมายทางการเงินของตนเอง พร้อมพัฒนากลยุทธ์การลงทุนให้สามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยมีแผนการลงทุนและสินทรัพย์ที่กำหนดผลตอบแทนให้ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2-3% ตามเป้าหมายของสมาชิก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน ให้สมาชิกสามารถดำรงชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีสุข
