บสย. เปิดผลงานปี 2568 พลิกโฉมค้ำประกัน “น็อนแบงก์ – สินเชื่อดิจิทัล” ช่วย SMEs “ปลดหนี้” พุ่งหลายเท่าตัว
Categories : Update News, Finance
Public : 13/02/2026ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานปี 2568 บสย. มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 40,682 ล้านบาท ภายใต้ 2 โครงการหลัก ได้แก่
1 โครงการตามมาตรการรัฐ ยอดอนุมัติ 20,682 ล้านบาท คิดเป็น 51% ของยอดค้ำ ประกัน
2 โครงการที่ บสย. ดำเนินการเอง ยอดอนุมัติ 20,000 ล้านบาท คิดเป็น 49% ของยอดค้ำประกัน ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ 52,550 ราย เป็นผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) 86% ค้ำประกัน เฉลี่ย 2 แสนบาทต่อราย อีก 14% เป็น SMEs ทั่วไป ค้ำประกันเฉลี่ย 4.56 ล้านบาทต่อราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน 52,006 ล้านบาท รักษาการจ้างงาน 496,517 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 168,015 ล้านบาท
ประเภทอุตสาหกรรมที่ค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
1. ภาคบริการ 32.6%
2. อาหารและเครื่องดื่ม 10.6%
3. เกษตรกรรม 8.2%
ซึ่งทั้ง 3 อุตสาหกรรมมีสัดส่วนค้ำประกันคิดเป็น 51% ของยอดค้ำประกันทั้งหมด โดยภาคบริการ เป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 28.4%
ขยายค้ำประกัน “น็อนแบงก์” - ค้ำประกันสินเชื่อดิจิทัล
ในปี 2568 บสย. เดินหน้าพันธกิจ “ค้ำประกันสินเชื่อ” และ “แก้หนี้” จ่ายเคลม ผ่านมาตรการ “บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” ในส่วนของการค้ำประกัน โดยช่วงปลายปี 2568 ได้ขยายการค้ำประกันสินเชื่อไปยัง Non-Bank (ที่ไม่ใช่บริษัทลูกของสถาบันการเงิน) ในกลุ่ม “นาโนไฟแนนซ์” และ “ลีสซิ่ง” ซึ่งรวมถึงลีสซิ่งของค่ายรถยนต์ (Captive Finance)
ร่วมกับ “เงินดีดี” บริษัทลูกธนาคารออมสิน ผู้ให้บริการสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน Good Money ครั้งแรกในไทย กับบริการ Digital Lending บวกค้ำประกัน Digital Credit Guarantee เต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่ “ค้ำประกันสินเชื่อดิจิทัล” ช่วย “กลุ่มเปราะบาง” Micro SMEs รายย่อย เข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น โดยปิดปี 2568 มียอดอนุมัติค้ำประกันรวม 68 ล้านบาท ช่วย Micro SMEs รายย่อย เข้าถึงสินเชื่อกว่า 3,500 ราย เฉลี่ยวงเงินสินเชื่อต่อรายกว่า 19,000 บาท
สำหรับปี 2569 บสย. ได้จัดเตรียมวงเงินค้ำประกันกว่า 3,000 ล้านบาท ผ่านมาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องกลุ่ม SMEs รายย่อย เกษตรกร และธุรกิจขนส่งขนาดเล็ก ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะได้ง่ายขึ้น สิ้นสุดรับคำขอค้ำประกัน 30 ธันวาคม 2569

ช่วย SMEs ปลดหนี้-เติมความรู้ เพิ่มศักยภาพ
ในปี 2568 บสย. ยังประสบความสำเร็จช่วยลูกหนี้ที่ บสย. จ่าย เคลม ผ่านมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” ตั้งแต่ออกมาตรการในปี 2563 ถึงปัจจุบัน สามารถช่วยลูกหนี้ที่ถูกจ่ายเคลม ปรับโครงสร้างหนี้สะสม 24,324 ราย คิดเป็นมูลหนี้สะสม 16,183 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 34 ปี เฉพาะปี 2568 ปรับโครงสร้างหนี้ 5,835 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 4,311 ล้านบาท และสามารถช่วยลูกหนี้ “ปลดหนี้” 992 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 125 ล้านบาท โดยเกือบ 50% เป็นกลุ่มเปราะบาง เงินต้นไม่เกิน 2 แสนบาท ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง เมื่อเทียบกับปี 2567 สามารถปลดหนี้ได้ 119 ราย จากปี 2568 ที่ได้ปรับเงื่อนไขต่างๆ ให้ยืดหยุ่นขึ้น
นอกจากนี้ บสย. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพ SMEs เพื่อสร้างความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center)โดยตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนสิงหาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2568 ให้ความรู้ทางการเงินแก่ SMEs รวม 31,468 ราย แบ่งเป็นให้คำปรึกษา 8,812 ราย และการอบรม 22,656 ราย คิดเป็นความต้องการสินเชื่อรวม 20,604 ล้านบาท โดยสามารถช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อในระบบ (Success rate) ได้มากกว่า 20%
ผลักดัน Quick Big Win 5 หมื่นล้าน บูรณาการกับโครงการ SMEs Credit Boost
ทั้งนี้ ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2568 บสย. ยังได้เดินหน้า มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย. Quick Big Win” วงเงิน 50,000 ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เพื่อเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช่วยปลดล็อก SMEs ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบ โดยมียอดอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อถึง 10,000 ล้านบาท (ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569) หลังผ่านไปเพียง 48 วัน
นอกจากนี้ บสย. ยังรับดำเนินการ (Operate) “โครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Credit Boost” ที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยให้ธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเริ่มคิกออฟเมื่อ 15 มกราคม 2569 โดย บสย. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถาบันการเงินและ SMEs โดยนำประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และองค์ความรู้ ในการค้ำประกันสินเชื่อให้กับ SMEs ตลอด 34 ปี มาต่อยอดในการดำเนินโครงการดังกล่าว
