GULF – ธปท. ยันถือหุ้น KBANK ไม่เกิน 10%

Categories : Update News, Stock Market

Public : 16/02/2026

. บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงเกี่ยวกับการได้มาซึ่งหุ้นใน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โดยเรียนต่อกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า

ตามที่บริษัทฯ ได้ยื่นแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) ต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เกี่ยวกับการได้มาซึ่งหุ้นของธนาคารเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ถึงหรือข้าม 10% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของธนาคารนั้น . บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า การยื่นรายงานดังกล่าวเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 28/2554 เรื่อง ข้อกำหนดเกี่ยวกับการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) โดยการคำนวณสัดส่วนสิทธิออกเสียงดังกล่าว ได้คำนวณจากจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของธนาคารภายหลังหักสิทธิออกเสียงของหุ้นที่ธนาคารซื้อคืน (Treasury Stock) ซึ่งยังคงค้างอยู่ ณ สิ้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 .

อย่างไรก็ดี การได้มาซึ่งหุ้นดังกล่าวยังไม่เป็นผลให้บริษัทฯ ถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงินเกินกว่า 10% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของสถาบันการเงิน ซึ่งคำนวณโดยไม่หักจำนวนหุ้นซื้อคืน ตามหลักเกณฑ์ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 41/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของสถาบันการเงิน หรือบริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินเกินกว่า 10% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด . ดังนั้น การได้มาซึ่งหุ้นในครั้งนี้ จึงยังไม่เข้าข่ายเป็นกรณีที่ต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว. . ด้านนางสาววิภาวิน พรหมบุญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงินชี้แจงว่า ตามที่บริษัทกัลฟ์รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าได้เข้าถือหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBank) ที่ 10.03% นั้น การนับสัดส่วนการถือหุ้นตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และ ธปท. มีความแตกต่างกัน กล่าวคือ ก.ล.ต. จะหักหุ้นที่ KBank จำหน่ายแล้วและซื้อคืนมา (Treasury Stock) ออกจากฐานการคำนวณ

ขณะที่หลักเกณฑ์ของ ธปท. คำนวณจากจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ซึ่งการถือหุ้นใน KBank ของบริษัทกัลฟ์ยังไม่ถึง 10% ภายใต้เกณฑ์ของ ธปท. และบริษัทได้เคยรายงานการถือหุ้นต่อ ธปท. แล้วตั้งแต่มีการถือหุ้น 5% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด . ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงินกำหนดว่า การถือหุ้นในสถาบันการเงินเกิน 10% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ต้องได้รับอนุญาตจาก ธปท. ล่วงหน้าเพื่อป้องกันการเข้ามามีอำนาจครอบงำกิจการของสถาบันการเงิน ซึ่งหลักเกณฑ์ของ ธปท. อนุญาตให้เกิน 10% ได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นต่อการเพิ่มความมั่นคงหรือศักยภาพของสถาบันการเงินแห่งนั้น หรือการรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินในภาพรวม หรือกรณีหน่วยงานรัฐที่ถือหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุนโดยทั่วไป