สรรพสามิต โชว์ยอดจัดเก็บรายได้ 4 เดือนแรก ปีงบ 69 แตะ 1.91 แสนล้านบาท เพราะเศรษฐกิจฟื้นดันการบริโภค
Categories : Update News, Finance
Public : 17/02/2026นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่องการเสนอปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบว่า ก่อนหน้านี้กรมฯ ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าจะสามารถดำเนินการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่เป็นแบบอัตราเดียว (1 Tier) ได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้กฤษฎีกาได้ตอบกลับมาว่า ให้รอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่อีกครั้ง จึงได้รายงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรับทราบแล้ว
ก่อนหน้านี้ กรมสรรพสามิต ระบุว่า เตรียมเสนอปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่เป็นแบบ 1 Tier โดยจะเสนอให้มีการปรับเพิ่มอัตราภาษีทั้งการจัดเก็บตามปริมาณ และตามมูลค่าเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันีการจัดเก็บภาษีบุหรี่แบบ 2 อัตรา (2 Tier) โดยการจัดเก็บตามมูลค่าที่ 25% ของราคาขายปลีกแนะนำ สำหรับบุหรี่ที่ขายปลีกซองละไม่เกิน 72 บาท และ 42% ของบุหรี่ที่ราคาขายปลีกซองละ 72 บาทขึ้นไป และเก็บภาษีตามปริมาณที่ 1.25 บาทต่อมวน
ขณะนี้ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตในช่วง 4 เดือนของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.68-ม.ค.69) ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยสามารถจัดเก็บรายได้อยู่ที่ 1.91 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายเกือบ 5% ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากการจัดเก็บภาษีรถยนต์, ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์, ภาษียาสูบ, ภาษีสุรา รวมถึงภาษีเครื่องดื่ม ซึ่งทั้งหมดสามารถจัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมายทั้งสิ้น
นายพรชัย กล่าวอีกว่า ปัจจัยที่ต้องจับตาใกล้ชิด จากการจัดเก็บภาษีรถยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) โดยหากเป็นรถยนต์อีวีที่เข้าร่วมมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น มาตรการอีวี 3.5 จะยังคงเสียภาษีในอัตรา 2% ต่อไปอีก 2 ปี แต่หากเป็นรถยนต์อีวีทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมมาตรการ อัตราภาษีได้ปรับขึ้นไปเป็น 10% จาก 8% แล้ว ตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนนี้กรมฯ ยังอยู่ระหว่างการติดตาม จังยังไม่เห็นตัวเลขสัญญาณที่ชัดเจนที่จะสามารถนำมาวิเคราะห์ต่อได้ว่า ในระยะต่อไปภาษีในส่วนนี้จะมากขึ้นหรือน้อยลง
ขณะเดียวกันภาษีจากสินค้าอุปโภคบริโภคก็ยังมีแนวโน้มขยายตัวดี สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจ ซึ่งมองว่าหากสัญญาณบวกของเศรษฐกิจยังส่งต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2569 (ม.ค.-มี.ค.69) ก็จะช่วยสนับสนุนให้การจัดเก็บรายได้ของกรมในปีงบประมาณ 2569 เป็นไปตามเป้าหมาย ที่ 5.78 แสนล้านบาท
