ตลาดหุ้นไทยสดใส!!2สัปดาห์แรกเดือนแห่งความรัก ซื้อสุทธิแล้ว 4.5หมื่นล้าน ดันชีหุ้นพุ่ง 14.16%หรือกว่า 84.06จุดแล้ว รวยขึ้นแล้ว 1.7ล้านล้าน 

Categories : Update News, Stock Market

Public : 17/02/2026

ตลาดหุ้นไทยสดใส!!2สัปดาห์แรกเดือนแห่งความรัก ซื้อสุทธิแล้ว 4.5หมื่นล้าน ดันชีหุ้นพุ่ง 14.16%หรือกว่า 84.06จุดแล้ว รวยขึ้นแล้ว 1.7ล้านล้าน

เป็นไปตามคาดหมายว่า ก่อนและหลังเลือกตั้งจะเห็น ฟันด์ไฟลว์จากนักลงทุนต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุน ในตลาดหุ้นเกิดใหม่และรวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย เพราะตัวเลขสถิติสำคัญ ตกลงมาถึงระดับที่จูงใจ ขณะที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลก็ทำสถิติสูงสุด!!!

และคาดกันว่า อาจเห็นเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนประมาณ 5.000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 1.5แสนล้าน

 

     ดูท่าไม่เกินจริง !! เพราะชัดเจนก่อนและหลังเลือกตั้งต่างชาติซื้อหุ้นไทยหนักมากวันเดียวทำสถิติซื้อมากสุดรอบ 14ปีคือ 1.6หมื่นล้านบาท และในเดือนกุมภาพันธ์ จากต้นเดือนถึงปัจจุบันซื้อสุทธิแล้ว 45,531.70ล้านบาท เงินต่างชาติเข้าก็ทำให้ตลาดคึกคักนักลงทุนในประเทศมี ความกล้าลงทุนตามด้วย

 

 บรรยากาศตลาดหุ้นบวกแรง ตลาดสีเขียว มีมาต่อเนื่อง และเงินนอกที่ไหลเข้ามาทำให้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแล้ว 84.06 จุด หรือ 14.16%  จากดัชนีปิดสิ้นเดือน มกราคม 2569  ที่ระดับ 1,375.62 จุด มาปิดเมื่อวันที่ 17 ก.พ ที่ 1,459 จุด  ขณะที่มูลค่าซื้อขายตามราคาตลาด ขยับขึ้นมาแล้ว 1.7ล้านล้าน บาท !!!!   สิ้น มค อยู่ที่ 16.76ล้านล้านบาท ขึ้นมาทีี่ 18.46ล้านล้านบาท 

   

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นรงผ่านแนวต้านแรกที่ 1,450 จุดไปได้ โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินไหลเข้าเก็งหุ้นใหญ่ช่วงที่หลายบริษัทเตรียมรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 และคาดว่าจะประกาศจ่ายเงินปันผล ซึ่งที่ผ่านมหลายบริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีและจ่ายปันผลมากกว่าเดิม โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มแบงก์ที่นำตลาดวันนี้จากคาดว่ามีโอกาสจ่ายเงินปันผลสูงขึ้น

ประกอบกับยังมี Sentiment บวกต่อเนื่องจากทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ดูดีขึ้น หลังตัวเลข GDP ไตรมาส 4/68 และปี 68 ที่สภาพัฒน์ฯรายงานออกมาดีกว่าคาด รวมทั้งปัจจัยของความมั่นใจในเสถียรภาพรัฐบาลที่มีมากขึ้น ส่งผลบวกให้เม็ดเงินต่างชาติยังไหลเข้ามามาอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มพรุ่งนี้คาดตลาดมีโอกาสแกว่งขึ้นได้ต่อ เกาะติดการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยให้แนวต้าน 1,470 จุด แนวรับ 1,430 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 5,038.46 ล้านบาท ปิดที่ 206.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท

SCB มูลค่าการซื้อขาย 3,756.06 ล้านบาท ปิดที่ 146.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท

GULF มูลค่าการซื้อขาย 3,490.21 ล้านบาท ปิดที่ 61.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท

TRUE มูลค่าการซื้อขาย 3,344.05 ล้านบาท ปิดที่ 14.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท

KTB มูลค่าการซื้อขาย 3,204.67 ล้านบาท ปิดที่ 32.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท