GULF โชว์ปี 2568 กำไรนิวไฮ 86,562 ล้านบาทเคาะจ่ายปันผล3.25 บาท/หุ้น

Categories : Update News, Stock Market, Energy

Public : 18/02/2026

GULF โชว์ผลงานปี 2568 กำไรดำเนินงานนิวไฮ 28,776 ล้านบาท โต 33% รับแรงหนุนธุรกิจพลังงาน–AIS พร้อมบุ๊กกำไรพิเศษควบรวม INTUCH ดันกำไรสุทธิทะลุ 86,562 ล้านบาท เคาะจ่ายปันผลรวม 3.25 บาท/หุ้น

บริษัท Gulf Development (GULF) รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้รวม 135,596 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 28,776 ล้านบาท เติบโต 33% จาก 21,572 ล้านบาทในปี 2567 สะท้อนการเติบโตของธุรกิจพลังงานและส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน Advanced Info Service (AIS)

กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 86,562 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรพิเศษจากการควบรวมธุรกิจกับ Intouch Holdings (INTUCH) จำนวน 56,120 ล้านบาท ภายหลังดีลควบรวมแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ทั้งนี้ บริษัทได้จัดทำงบการเงินรวมเสมือน (Pro forma) เพื่อสะท้อนการถือหุ้นใน AIS สัดส่วน 40.44% ตั้งแต่ต้นปีเพื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน

พลังงานโตเต็มปี หนุนกำไรแข็งแกร่ง

ผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นมาจากการรับรู้กำไรเต็มปีของโรงไฟฟ้า GPD กำลังผลิต 2,650 เมกะวัตต์ และการเดินเครื่องครบ 2 หน่วยของโรงไฟฟ้า HKP กำลังผลิต 1,540 เมกะวัตต์ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ Jackson Generation ในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามการปรับเพิ่มค่า Capacity Payment ในตลาด PJM

นอกจากนี้ บริษัทรับรู้กำไรเต็มปีจากโครงการโซลาร์ฟาร์มและโซลาร์ร่วมระบบกักเก็บพลังงาน (Solar BESS) รวม 5 โครงการ กำลังผลิต 532 เมกะวัตต์ และทยอยรับรู้โครงการใหม่เพิ่มเติมอีก 7 โครงการ รวม 597 เมกะวัตต์ในช่วงปลายปี

อย่างไรก็ดี โรงไฟฟ้า GSRC มีกำไรลดลงจากปริมาณขายไฟฟ้าที่ลดลงและการปิดซ่อมบำรุงยาวขึ้น ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ได้รับผลกระทบจากการเรียกเก็บค่าก๊าซย้อนหลังและค่า Ft ที่ปรับลดลง แม้ผลกระทบอยู่ในระดับจำกัด

AIS หนุนส่วนแบ่งกำไรโต 51%

ส่วนแบ่งกำไรจาก AIS อยู่ที่ 15,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากปีก่อน ตามการเติบโตของ ARPU ทั้งธุรกิจมือถือและบรอดแบนด์ รวมถึงต้นทุนที่ลดลง โดยบริษัทรับเงินปันผลจาก Kasikornbank (KBANK) อีก 1,192 ล้านบาท

ฐานะการเงินแข็งแกร่ง เตรียมขยายต่อปี 2569

ปี 2568 บริษัทมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 53,866 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% มีสินทรัพย์รวม 773,810 ล้านบาท อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 0.85 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่มั่นคง

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน เปิดเผยว่า ปี 2569 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโต 10–15% จากการทยอยเปิดดำเนินการโครงการใหม่รวมประมาณ 695 เมกะวัตต์ ทั้งโซลาร์ฟาร์ม โซลาร์ BESS โรงไฟฟ้าขยะชุมชน และโซลาร์รูฟท็อป รวมถึงแนวโน้มผลประกอบการ Jackson Generation ที่เติบโตต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนขยายธุรกิจ LNG เพิ่มการนำเข้าเป็นราว 70 ลำต่อปี พร้อมพัฒนาโครงการสถานีรับ–จ่ายก๊าซ LNG ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 1 ปี 2572

ด้านธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ บริษัทจะรับรู้รายได้เต็มปีของศูนย์ข้อมูล GSA01 ขนาด 25 เมกะวัตต์ พร้อมพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มเติม และตั้งเป้าขยายกำลังการให้บริการมากกว่า 500 เมกะวัตต์ใน 3–5 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมออกหุ้นกู้วงเงิน 30,000–35,000 ล้านบาทในเดือนมีนาคม เพื่อชำระคืนหนี้และรองรับการขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ สนับสนุนการเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืน.

เคาะจ่ายปันผลรวม 3.25 บาท/หุ้น

บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ดังนี้

    • เงินปันผลปกติ 1.05 บาทต่อหุ้น

    • เงินปันผลพิเศษ 2.20 บาทต่อหุ้น

    • รวมเงินปันผลทั้งสิ้น 3.25 บาทต่อหุ้น

กำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD วันแรกวันที่ 2 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569