TTB ลุยซื้อหุ้นคืนรอบ 3 วงเงิน 9.6 พันล้าน ชง AGM ขยายเพดาน 3.5 หมื่นล้านถึงปี 71 เคาะปันผล 60% ยีลด์ 6–7%
Categories : Update News, Finance
Public : 18/02/2026ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ลุยซื้อหุ้นคืนรอบ 3 วงเงิน 9.6 พันล้าน ชง AGM ขยายเพดาน 3.5 หมื่นล้านถึงปี 71 เคาะปันผล 60% ยีลด์ 6–7%
ทีทีบีแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2569 มีมติอนุมัติแผนบริหารส่วนทุน (Capital Management) 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ เดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 การเสนอขยายเพดานวงเงินซื้อหุ้นคืน และการขออนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 โดยเตรียมนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น (AGM) วันที่ 21 เม.ย. 2569
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า ธนาคารได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 โดยนำวงเงินคงเหลือจากโครงการครั้งที่ 1 และ 2 จำนวน 9,614 ล้านบาท มาซื้อหุ้นคืนผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แบบจับคู่อัตโนมัติ ระหว่างวันที่ 20 ก.พ.–19 ส.ค. 2569 ต่อเนื่องจาก 2 โครงการแรกที่ดำเนินการได้เร็วกว่ากำหนด ทำให้กรอบวงเงินรวมเดิม 21,000 ล้านบาท จะแล้วเสร็จภายในปี 2569 จากเดิมปี 2570
พร้อมกันนี้ ธนาคารเตรียมเสนอที่ประชุม AGM อนุมัติขยายเพดานโครงการซื้อหุ้นคืนจาก 21,000 ล้านบาท เป็น 35,000 ล้านบาท และขยายระยะเวลาโครงการจาก 3 ปี เป็น 4 ปี ครอบคลุมปี 2568–2571 คาดว่าภายใต้เพดานใหม่ จำนวนหุ้นซื้อคืนจะคิดเป็นสัดส่วนราว 18% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ทั้งนี้ แม้การขยายโครงการไม่เข้าข่ายต้องขอมติผู้ถือหุ้น แต่ธนาคารต้องการสร้างความโปร่งใส และจะดำเนินการขอความเห็นชอบจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องต่อไป
ด้านเงินปันผล ที่ประชุมบอร์ดมีมติเสนอจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา 60% ของกำไรสุทธิ เท่าปีก่อนหน้า โดยคาดเงินปันผลทั้งปีอยู่ที่ 0.134–0.137 บาทต่อหุ้น (รวมจ่ายระหว่างกาล 0.066 บาท) เพิ่มขึ้นจาก 0.13 บาทในปี 2567 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ราว 6–7% ธนาคารจะแจ้งอัตราปันผลสุดท้ายวันที่ 31 มี.ค. 2569 กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 เม.ย. 2569 และจ่ายเงินสดวันที่ 20 พ.ค. 2569
นายปิติกล่าวว่า ภายหลังดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนภายใต้วงเงิน 21,000 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลปี 2568 คาดว่าอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) จะยังอยู่ในระดับสูงกว่า 19% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 12% อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสินเชื่อคุณภาพและการขยายธุรกิจในระยะถัดไป
“ภายใต้เศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ทีทีบียังคงมุ่งสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการรักษาเงินกองทุนให้อยู่ในระดับสูง เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในอนาคต” นายปิติกล่าว.
