กรมศุลฯ อัดยาแรงคุมปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า-กัญชา เตรียมขึ้นค่าปรับ เม.ย.นี้
Categories : Update News, Finance
Public : 19/02/2026นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้เตรียมแก้เกณฑ์การลักลอบนำเข้าหรือครองครองบุหรี่ไฟฟ้า และการขนออก (ส่งออก) กัญชาจากประเทสไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต จากเดิมเป็นการปรับตามมูลค่า ซึ่งจะมีเกณฑ์ค่าปรับตามมูลค่าสูงสุด 4 เท่าของราคาสินค้ารวมค่าอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ศุลกากร 2560 และริบของกลางทั้งหมด เปลี่ยนเป็นการปรับเป็นรายชิ้น โดยเบื้องต้นวางเกณฑ์ว่าหากเป็นบุหรี่ไฟฟ้าจะปรับ 100 บาทต่อชิ้น และกัญชา อยู่ที่ 3 หมื่นบาทต่อกิโลกรัม ซึ่งประเมินว่าจะสามารถประกาศใช้เกณฑ์ใหม่นี้ได้ภายในเดือน เม.ย. 2569 และเตรียมประสานหน่วยงานจับกุมเตรียมทำลายของกลาง ได้แก่ บุหรี่และ บุหรี่ไฟฟ้าครั้งใหญ่อีกด้วย
ทั้งนี้ การแก้เกณฑ์การระงับคดีดังกล่าวเป็นอำนาจของอธิบดี สามารถดำเนินการได้เลย โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อปิดจุดอ่อนจากเกณฑ์เดิม ที่มีการร้องเรียนว่ากรมศุลกากรมีการประเมินราคาต่ำ อัตราโทษปรับจึงผันผวนตามการประเมิน และเมื่อมีการตรวจจับแล้วจะต้องมีการดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งมีต้นทุนสูงมาก ดังนั้นจึงอยากจะแก้เกณฑ์เรื่องนี้เพื่อให้เป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้น และวิธีการใหม่นี้จะดำเนินการปรับกับผู้ที่ครอบครอง ณ ขณะนั้นทันที ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ ด้วย
โดยในช่วง 4 เดือนของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.68-ม.ค.69) พบว่า มียอดการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าแล้วกว่า 2 แสนชิ้น ส่วนใหญ่มากับตู้คอนเทนเนอร์ ผ่านมาทางมุกดาาร นครพนม และมีการตรวจยึดกัญชาแล้ว 22 ตัน ซึ่งเป็รการลับลอบขนออกนอกประเทสไปยังประเทศอังกฤา เยอรมัน และยุโรป ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้กระบวนการพิจารณาค่าปรับตามเกณฑ์เดิม คือการปรับตามมูลค่า และต้องมีการฟ้องร้องดำเนินคดี แต่เกณฑ์ใหม่จะพุ่งเป้าหมายไปที่ผู้ที่ครอบครองสินค้าประเภทดังกล่าวในขณะนั้นเป็นหลัก เช่น เจ้าของตู้คอนเทนเนอร์ที่ตรวจค้น เป็นต้น ไม่ได้พุ่งเป้าหมายไปที่ผู้ซื้อรายย่อย
“เป้าหมายในการปรับตามเกณฑ์ใหม่ คือ จะปรับคนที่ครองครองไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ไฟฟ้า หรือกัญชา ณ ขณะนั้นในเวลาที่มีการนำเข้า เช่น ถ้าค้นเจอในโกดังของผู้ประกอบการคนใด เมื่อไปตรวจพบว่าใครเป็นเจ้าของก็ต้องโดนปรับไป คงไม่ได้รวมถึงกรณีรายย่อยที่มีการสั่งและส่งผ่านขนส่ง เพราะเมื่อก่อนเราส่งดำเนินคดีทุกเคสที่ตรวจเจอ ซึ่งพบว่าไม่เวิร์ค บุหรี่ไฟฟ้า 5-10 ชิ้น การดำเนินคดีทางกฎหมายใช้ต้นทุนมาก ซึ่งไม่คุ้ม” อธิบดีกรมศุลกากร ระบุ
อธิบดีกรมศุลกากร ยังกล่าวอีกว่า จะเตรียมเดินทางไปหารือกับทางกรมศุลกากรและกระทรวงมหาดไทยของประเทศอังกฤษเพื่อไปประสานเรื่องความร่วมมือในการปราบปราม ซึ่งทางหน่วยงาน ราชการของอังกฤษเข้าใจสถานการณ์ดีกว่าไม่ใช่ความผิดของประเทศไทย เพราะผลการจับกุมพบว่าผู้ลักลอบคือคนต่างชาติทั้งหมด และทางศุลกากรจะไปแสดงจุดยืนเรื่องการให้ความร่วมมือในการประสานข้อมูลผู้กระทำความผิดส่งให้ประเทศต้นทาง รวมถึงการแก้เกณฑ์ในการขึ้นค่าปรับเป็นกิโลกรัมละ 3 หมื่นบาท คาดเริ่มได้ในเดือน เม.ย.นี้แน่นอน
