วิจัยกสิกรไทย ปรับเพิ่มจีดีพีปี 2569 โต 1.9% ส่งออกฟื้นตัวแรง ภาษีทรัมป์ไม่กระทบ ลุ้นการเลือกตั้งไทยไม่โมฆะ หวั่นศก.ไทยทรุดหนัก

Categories : Update News, Finance, Economy

Public : 23/02/2026

นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2569 จากเดิม 1.6% เป็น 1.9% หลังประเมินผลกระทบนโยบายภาษีนำเข้าสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) ของ Donald Trump ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พบว่ากระทบไทยน้อยกว่าที่คาด

ก่อนหน้านี้ประเมินว่าการเร่งส่งออกล่วงหน้า (Front Loading) จะทำให้การส่งออกปี 2569 ชะลอตัว แต่ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าไทยยังส่งออกได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า AI และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งภาคอิเล็กทรอนิกส์ฟื้นตัวชัดเจน เติบโตกว่า 20% ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกปีนี้มีแนวโน้ม “พลิกกลับมาเป็นบวก” 1.5% จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัว -1.5% ถึง -2%

อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทที่แข็งค่าราว 10% เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่ค่าเงินอ่อนลง 4-5% กดดันความสามารถแข่งขันของไทย โดยเฉพาะสินค้าอัญมณีและสิ่งทอ เมื่อเทียบกับอินเดียที่ค่าเงินอ่อนลง 3-4% ทำให้ไทยเสียเปรียบทั้งด้านราคาและความน่าสนใจในการย้ายฐานการผลิต จึงเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลใหม่ในการเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อลดผลกระทบ

ในมุมมองเศรษฐกิจระยะสั้น เดิมคาดจีดีพีไตรมาส 1 อาจติดลบ แต่จากแรงหนุนส่งออกที่ดีขึ้นและเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้ประเมินว่ามีโอกาสขยายตัวเป็นบวกได้

ด้านนโยบายการเงิน คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% ในการประชุมวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อรอดูทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างไรก็ดี ในมุมมองส่วนตัวเห็นว่ายังมีช่องว่างลดดอกเบี้ยได้อีก 1 ครั้ง เพื่อช่วยลดภาระครัวเรือนและกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากยังไม่มีแรงกดดันเงินเฟ้อหรือความเสี่ยงเศรษฐกิจร้อนแรง

 

สำหรับความเสี่ยงทางการเมือง ประเมินว่าโอกาสที่ผลการเลือกตั้งจะเป็น “โมฆะ” มีค่อนข้างน้อยมาก แต่หากเกิดขึ้นจริงจะกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนและตลาดหุ้น รวมถึงทำให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ชะลอออกไป เพราะความต่อเนื่องเชิงนโยบายจะสะดุด

 

นอกจากนี้ การจัดทำและเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 อาจล่าช้า จากเดิมที่คาดว่าจะตั้งรัฐบาลได้ในช่วงเมษายน-พฤษภาคม และเริ่มเบิกจ่ายได้กลางปี ซึ่งอาจกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงทำให้แผนลดขาดดุลการคลัง การเจรจา Trade Deal และ FTA ต้องเลื่อนออกไป

อย่างไรก็ตาม ในกรณีฐาน (Base Case) ศูนย์วิจัยยังมองว่าโอกาสโมฆะต่ำ และหากการเมืองเดินหน้าต่อได้ นโยบาย “10 Plus” ของรัฐบาล ซึ่งครอบคลุมทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงกรอบวินัยการคลังระยะกลาง (Fiscal Framework) จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการถูกปรับลดอันดับเครดิต หลังจากก่อนหน้านี้ไทยได้รับสัญญาณเตือนจากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการปฏิรูปภาคเกษตร โดยพยายามเชื่อมโยงกระทรวงเกษตรฯ กับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อยกระดับเกษตรกรกว่า 20 ล้านครัวเรือน และผลักดันแรงงานบางส่วนเข้าสู่ภาคบริการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และปลดล็อกข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว