เอกนิติ เตรียมหารือกฤษฎีกา รวบยอดกฏหมายเร่งรัดการลงทุนปีนี้ เป้าหมายโต 7.4 แสนล้านบาท

Categories : Update News, Finance

Public : 24/02/2026

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกในงานสัมมนา POSTTODAY THAILAND ECONOMIC DRIVES 2026 ในหัวข้อฝ่ามรสุมปี 2569 ว่า ได้เข้าหารือกฤษฎีกา เรื่องการเสนอขอแก้ไข พรบ. เพื่อรวบยอดการออกกฎหมายทุกอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุน จากเดิมการจะเสนอขอตั้งโรงงานอาจต้องใช้เวลานานถึง 5 ปี การแก้ไขกฎหมาายครั้งนี้จะช่วยปลดล็อคการลงทุนของประเทศครั้งสำคัญ ซึ่งในปีนี้คาดว่าผลจากการผลักดันการลงทุนของภาครัฐ และเอกชน ของรัฐบาล จะทำให้ยอดการลงทุนสูงถึง 9.7 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20 % เมื่อเทียบกับปีก่อน

รองนายกฯ และ รมว.คลัง กล่าวถึงมรสุม 3 เรื่องได้แก่

1 มรสุมด้านต่างประเทศเช่นเรื่อง ภาษีทรัมป์ และค่าธรรมเนียมต่างๆที่สร้างความผันผวนทางการค้า

2 มรสุมความอ่อนแอภายในประเทศ จากหนี้ครัวเรือนและโครงสร้างประชากร สังคมผู้สูงอายุทำให้กำลังการบริโภคภาคเอกชนลดลง การขาดการลงทุน ประเทศไทยไม่ได้ลงทุนใหญ่มานานนับตั้งแต่ปี 2540 ทำให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจไม่สมดุล ต้องพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวมากเกินไปจนเกิดความผันผวนตามเศรษฐกิจโลก

3 มรสุมด้านภัยธรรมชาติในปีทีผ่านมารัฐบาลใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาทในการแก้ปัญหาภัยพิบัติและในปีนี้ก็คาดว่าจะมีปัญหาเช่นภัยแล้งที่ต้องเตรียมรับมือ

   

สิ่งที่รัฐบาล ต้องเร่งจัดการคือ

 1 การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจสีเขียว  เช่น พลังงานสะอาด มุ่งเน้นการลงทุนใน Green Energy เช่น Solar Farm, Floating Solar และการเปิด PPA ซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง เพื่อเป็นรากฐานของโลกยุคใหม่ การดึงดูด FDI ใช้ประโยชน์จากความเป็นกลางของไทยท่ามกลางความขัดแย้งโลกเพื่อดึงฐานการผลิตในกลุ่ม Smart Electronics, Smart Agriculture, Food Processing เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง, Wellness และ EV ความร่วมมือรัฐ-เอกชน ส่งเสริมโครงการ PPP เพื่อลดการก่อหนี้สาธารณะ และผลักดัน Low Carbon City เช่น สระบุรีโมเดล เพื่อสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตให้ชุมชน

2 การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์  ได้แก่ Transform การศึกษาด้วยดิจิทัลและAI ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทั้งระบบ โครงการ Skill Bridge สร้างสะพานเชื่อมระหว่างการศึกษากับการทำงานจริง โดยให้เอกชนช่วยออกแบบหลักสูตรที่ตรงความต้องการของตลาดงานและรับเข้าทำงานทันที

3 การปฏิรูปกฎหมายเพื่อปลดล็อกการลงทุน ได้แก่ ปลดล็อกอุปสรรครายวัน แก้ไขปัญหาเรื่องวีซ่าสำหรับแรงงานทักษะสูง (High Skill Labor) ให้ขอได้ง่ายขึ้น และแก้ปัญหากฎหมายที่ดินหรือข้อติดขัดเชิงเทคนิคที่ขวางการตั้งโรงงาน การทำ Omnibus Law (กฎหมายรวบยอดเสนอให้ออกกฎหมายที่รวบรวมขั้นตอนการอนุมัติการลงทุนจากหลายหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิด Fast Track ในการทำธุรกิจ ลดระยะเวลาการพิจารณาจากปีเหลือเพียงไม่กี่เดือน ตั้งเป้าหมายเปลี่ยนประเทศไทยจาก "คนป่วยแห่งเอเชีย" ให้กลับมาเป็น "คนที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย" ได้ภายในระยะเวลา 4 ปี