เงินทุนไหลเข้าไทย 2 เดือนแรกเฉียดแสนล้านบาท รับการเมืองนิ่ง–ธีม AI หนุน “บาทแข็ง” จับตาแนวรับ 31 บาท/ดอลลาร์

Categories : Update News, Finance

Public : 27/02/2026

นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส   ธนาคารไทยพาณิชย์  เปิดเผยว่า ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 (ข้อมูลถึง 24 ก.พ.) มีเงินทุนต่างชาติไหลเข้าไทยเกือบ  1 แสนล้านบาท ถือว่าเร่งตัวและมีขนาดสูงเมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพการเมืองหลังการเลือกตั้ง และกระแสลงทุนด้าน AI ที่หนุนสินทรัพย์ตลาดเกิดใหม่

ทั้งนี้ โครงสร้างเงินทุน เดือนมกราคมไหลเข้าตลาดพันธบัตรราว 43,600 ล้านบาท ก่อนพลิกเข้าสู่ตลาดหุ้นอย่างรวดเร็วในเดือนกุมภาพันธ์ประมาณ 54,000–58,800 ล้านบาท ท่ามกลางแรงซื้อหุ้นไทยจากมุมมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจนและเสถียรภาพนโยบายดีขึ้นกว่าที่ตลาดคาด

นายวชิรวัฒน์  กล่าวว่า  ค่าเงินบาทปีนี้ผันผวนมากขึ้นตามตลาดการเงินโลก ทั้งหุ้น บอนด์ และอัตราแลกเปลี่ยน แม้ความผันผวนยังไม่สูงเท่าช่วงเดือนเมษายนปีก่อน แต่ความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูง โดยแรงกดดันบาทแข็งช่วงต้นปีมาจากราคาทองคำที่ปรับขึ้นเร็ว ก่อนความสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับเงินบาทจะลดลงเมื่อราคาทองเคลื่อนไหวแบบ Sideways ในก.พ.

 

ในระยะถัดไป เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในโซนแข็งค่า จากกระแสกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์สหรัฐ และแนวโน้มการลงทุน AI อย่างไรก็ดี คาดว่าเงินบาทอาจไม่แข็งค่าไปมาก โดยมี แนวรับสำคัญที่ 31.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ช่วงปลายไตรมาส 1 ต่อเนื่องต้นไตรมาส 2 อาจเห็นการอ่อนค่าบางส่วนจากปัจจัยฤดูกาล การโอนเงินปันผลกลับต่างประเทศ รายได้ท่องเที่ยวช่วง Low season และการนำเข้าสินค้าทุนที่กดดันดุลบัญชีเดินสะพัด

 

ด้านปัจจัยต่างประเทศ ดัชนีเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างน้อย 1–2 ไตรมาสข้างหน้า จากภาพตลาดแรงงานสหรัฐที่ชะลอลง เปิดทางให้ ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ลดดอกเบี้ยได้อย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับขึ้นจากความไม่แน่นอนภูมิรัฐศาสตร์และความกังวล AI disruption

 

สำหรับท่าทีเชิงนโยบาย ภายหลังเปลี่ยนผู้ว่าการใหม่ ธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าดูแลค่าเงินบาทเข้มข้นขึ้น เห็นได้จากทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มเร็ว มีเป้าหมายชะลอไม่ให้เงินบาทแข็งค่าหลุด 31 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ระดับการแทรกแซงที่สูงขึ้นอาจเข้าใกล้เกณฑ์ของ กระทรวงการคลังสหรัฐ ซึ่งกำหนดกรอบการติดตามประเทศที่แทรกแซงค่าเงินเกิน 2% ของ GDP

 

ขณะเดียวกัน การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดดอกเบี้ยสู่ 1.00% เหนือความคาดหมายตลาด ถือเป็นอีกเครื่องมือช่วยชะลอแรงแข็งค่า แม้โดยปกติผลต่อค่าเงินอาจจำกัด ระยะสั้น–กลางคาดคงดอกเบี้ยต่อ แต่หากเงินเฟ้อยังติดลบ อุปสงค์ในประเทศอ่อนแรง สินเชื่อหดตัว และเงินบาทแข็งค่า อาจเปิดช่องให้พิจารณาลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในครึ่งปีหลัง

 

 

อย่างไรก็ตาม SCB FM  ได้มีการประเมินการค่าเงินบาทปี 2569  โดยระยะสั้น 1–2 เดือน ค่าเงินบาทอยู่ที่   31.00–32.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ  สำหรับค่าเงินบาท ไตรมาส 1: 31.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ   ไตรมาส 2 ค่าเงินบาทอยู่ที่   31.70   บาท  ไตรมาส 3 ค่าเงินบาท อยู่ที่ : 32.00บาท/ดอลลาร์สหรัฐ  ไตรมาส 4 ค่าเงินบาท ยู่ที่ 33.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

 

ทั้งนี้มองว่า ภาพรวมประเมินว่าเงินบาทยังแข็งค่าในครึ่งแรกของปีจากแรงเงินทุนไหลเข้า ก่อนมีโอกาสอ่อนค่าบางส่วนในช่วงครึ่งหลัง ท่ามกลางสมดุลระหว่างนโยบายดอกเบี้ย ทิศทางเงินทุน และการดูแลเสถียรภาพค่าเงินของธนาคารกลาง.