กรมศุลฯ เตรียมหารือ คลัง ปรับอัตราภาษีนำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรก หลังยอดจัดเก็บดีกว่าคาด
Categories : Update News, Finance
Public : 04/03/2026นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรอยู่ระหว่างเตรียมหารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการทบทวนอัตราการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปสำหรับสินค้านำเข้าที่มีราคาไม่เกิน 1,500 บาท แบบอัตราเดียวทุกสินค้า หวังสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย หลังพบว่าายอดเก็บเดือน ม.ค. 69 สามารถจัดเก็บได้มากกว่า 25 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าภาษีมากกว่า 470 ล้านบาท จาภาพรวมการจัดเก็บภาษีจากสินค้าที่มาเป็นกล่องๆ ทั้งหมด จัดเก็บได้970 ล้านบาท จึงทำให้คาดว่าทั้งปีงบ 69 ยอดจัดเก็บภาษีส่วนนี้จะสูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท
ในเบื้องต้น จะเสนอแนวทางเป็น 2 ระยะ ได้แก่ โดยจะพิจารณาแก้ประกาศกระทรวงการคลัง เพื่อให้การทบทวนอัตราการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป ให้สามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น
ขณะที่ในระยะยาวจะมีการเสนอให้มีการแก้ไขพระราชกำหนด (พ.ร.ก) เพื่อทบทวนโครงสร้างภาษีนำเข้าใหม่ ให้จัดเก็บเป็นอัตราเดียวกันทั้งหมด เช่น 30% สำหรับสินค้าที่นำเข้ามาเป็นกล่อง ๆ ที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินการ จากปัจจุบันที่อัตราภาษีจะแบ่งตามพิกัดสินค้า เช่น รองเท้า เสื้อผ้า อยู่ที่ 30%, กระเป๋า 20% และบางสินค้า 0% เป็นต้น
เป้าหมายหลักของกรมศุลกากร คือ การปกป้อง สร้างความเป็นธรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะภาคเอสเอ็มอีของไทย การสนับสนุนให้มีการซื้อสินค้าและใช้สินค้าจากร้านของผู้ประกอบการไทยที่เข้าระบบอย่างถูกต้อง รวมถึงทำให้มีรายได้เข้ารัฐเพื่อความมั่นคงทางการคลังในระยะยาวด้วย

“ จากข้อมูลไทยมีการนำเข้าสินค้าจากจีน 3.3 ล้านล้านบาท ขณะที่เราส่งออกไป 1.3 ล้านล้านบาท ดังนั้นวันนี้กรมศุลกากรอาจจะต้องมาพิจารณาทบทวนดูแล้วว่าจะทำอย่างไรในการช่วยสร้างระบบ Ecosystem และต้องมีรายได้เข้ารัฐ ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดต้องสมดุลกันด้วย”
ทั้งนี้ ภาพรวมการจัดเก็บอากรสินค้านำเข้าสำหรับสินค้าที่เป็นกล่อง ๆ ในเดือน ม.ค. 2569 อยู่ที่ 960-970 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการจัดเก็บภาษีนำเข้าของกรมศุลกากร อยู่ที่ 650 ล้านบาท ในส่วนนี้เป็นการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป (มาตรการเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 69) อยู่ที่ 470 ล้านบาท สูงขึ้นเกือบเท่าตัวจากเป้าหมายเฉลี่ยเดือนละ 250 ล้านบาท ขณะที่การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการนำเข้า อยู่ที่ 300 กว่าล้านบาท ขยายตัว 20% ซึ่งสัญญาณสำคัญที่พบ นั่นคือ สินค้านำเข้าที่มีมูลค่าเกิน 1,500 บาทขึ้นไป กลับมาขยายตัวสูงถึง 30% จากก่อนหน้านี้แทบไม่สามารถจัดเก็บอากรในส่วนนี้ได้มากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่มีการสำแดงราคาต่ำกว่า 1,500 บาทเกือบหมด
นายพันธ์ทอง กล่าวอีกว่า แนวโน้มการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าดังกล่าวในเดือน ก.พ. 2569 อาจจะชะลอตัวลงบ้าง เนื่องจากติดช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่จากแนวโน้มในเดือน ม.ค. 2569 ที่สามารถจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดได้สูงถึง 960-970 ล้านบาท และการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปซึ่งสูงถึง 470 ล้านบาทนั้น ทำให้เชื่อว่าภาพรวมการดำเนินงานในส่วนนี้ทั้งปีงบประมาณ 2569 จะมีโอกาสสูงถึง 12,000 ล้านบาทได้ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กรมฯ วางไว้ที่ 3,000 ล้านบาทต่อปี
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และภาคธุรกิจหลายรายต่างเห็นด้วยกับแนวทางการจัดเก็บอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทแรกขึ้นไป และยังมีความเห็นสอดคล้องกันว่าในระยะต่อไปควรมีการปรับเพิ่มอัตราเพื่อให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ยังต้องหารือกับกระทรวงการคลังก่อน
