โอกาสลงทุนในหุ้นวัฏจักรไทย (Cyclical upcycle) 

Categories : Update News, Stock Market

Public : 16/03/2026

โอกาสลงทุนในหุ้นวัฏจักรไทย (Cyclical upcycle)  แนะลงทุน#PTTGC หากส่วนต่าง HDPE ปรับเพิ่มขึ้นทุกๆ 10% จะหนุนกำไรของ #PTTGC ราว 30%ราคาถูกอัพสู่41บาทอ้างอิงอดีต และSCC 

   โดย พิริยพล คงวาณิช (Pizza), นักกลยุทธ์ BLS Wealth Research

หากสงครามคลี่คลายภายใน 4-6 สัปดาห์ตามกรณีฐานของ หลักทรัพย์บัวหลวง คาดตลาดจะมาโฟกัสธีม Cyclical upcycle หรือรอบขาขึ้นของหุ้นวัฏจักรไทยตามภาคการผลิตโลกที่ฟื้นตัวหลังสงคราม  !! มองการปรับฐานของตลาดหุ้นเป็นจังหวะสะสม

🔻แม้ตลาดหุ้นไทยอาจยังผันผวนต่อ แต่จะเริ่มน้อยลง หลังผ่านภาวะขายรุนแรงเกินไประยะสั้น (selling climax):

สัดส่วนจำนวนหุ้นที่ทำจุดต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ (4-week lows) พุ่งสูงสุดในรอบ 8 เดือน สะท้อนระดับการถือครองหุ้นที่ต่ำกว่าปกติ (under-owned) ส่งสัญญาณตลาดมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ หลังแรงขายจากการลดความเสี่ยงของนักลงทุน เริ่มชะลอ

🔻ตลาดหุ้นไทยมักเข้าสู่วงจรปรับมูลค่าเพิ่ม (Valuation re-rating cycle) หลังการผลิตโลกทยอยฟื้น:

สัดส่วนกำไรของ SET มาจากกลุ่มเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก (Global play) ทั้งพลังงานไม่รวมโรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี แพคเกจจิ้ง อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น คิดเป็นราว 28% หรือเกือบ 1 ใน 3 ของกำไรทั้งหมดปี 2026

ในช่วงวงจรภาคการผลิตโลกขยายตัว สะท้อนผ่านดัชนีภาคการผลิตสหรัฐฯ (US ISM manufacturing PMI) ในอดีต ทั้ง 4 ช่วง ทั้งปี 2009-2011, ปี 2013-2014, ปี 2016-2018 และครึ่งปีหลังของปี 2020-2021 มักเห็นทิศทางกำไร และ ROE ของ SET ขยายตัวเช่นกัน ก่อนจะตามมาด้วย re-rating cycle หรือการปรับระดับ PER ขึ้น ในอดีตมักเห็นการปรับขึ้นเฉลี่ย 1-1.5SD

🔻กลุ่มหุ้นวัฏจักรจะเป็นแรงหนุนสำคัญ:

สัดส่วนกำไรของหุ้นพลังงาน และปิโตรในช่วงภาคการผลิตโลกขยายตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 36% ของกำไรทั้งหมด เทียบค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 28% ทิศทางกำไร และ ROE ของกลุ่มพลังงานต้นน้ำ โรงกลั่น และปิโตรฯ มักเข้าสู่ขาขึ้น

กลุ่มพลังงานต้นน้ำ PTTEP ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่มักปรับขึ้นอย่างน้อย 10-15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือราว 0.5 SD ขึ้นอยู่กับสถานการณ์อุปสงค์-อุปทานแต่ละรอบ

กลุ่มโรงกลั่น TOP, SPRC ที่ค่าการกลั่นมักปรับขึ้นอย่างน้อย 3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือราว 1 SD

กลุ่มปิโตรฯ อย่าง PTTGC, SCC ส่วนต่าง HDPE มักปรับขึ้นอย่างน้อย 80-100 ดอลลาร์ต่อตัน หรือราว 1 SD ขณะที่ IVL ส่วนต่าง PET (west) มักปรับขึ้นแรงกว่า โดยขึ้นเฉลี่ยราว 120-150 ดอลลาร์ต่อตัน หรือราว 2 SD

ในแง่ Valuations กลุ่มพลังงานและปิโตรฯ เห็นการปรับมูลค่าเพิ่มเช่นกัน โดยเฉลี่ยปรับ PBV ขึ้นราว 1-1.5 SD

🔻กลุ่มปิโตรฯ โดยเฉพาะสาย HDPE อย่าง PTTGC มีความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (risk-reward) ที่คุ้มค่าที่สุด:

ความเสี่ยงอุปทานส่วนเพิ่มยังอยู่ในระดับต่ำ ส่วนต่างผลิตภัณฑ์หลักอย่าง HDPE อยู่ต่ำกว่าจุดคุ้มทุน (Breakeven) จะลดการขยายการผลิตใหม่ นโยบาย “Anti-involution” ของจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะจำกัดปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินเพิ่มเติม ระดับ Valuations ยังถูกมากใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในช่วงวิกฤตปี 2008 ขณะที่ วงจรการผลิตโลกขาขึ้นจะเป็นแรงส่งอุปสงค์ขยายตัว หนุนทิศทางกำไร และมีโอกาสเห็นการปรับ PBV เพิ่มขึ้น

🔻หากส่วนต่าง HDPE ปรับเพิ่มขึ้นทุกๆ 10% จะหนุนกำไรของ #PTTGC ราว 30% และ SCC ราว 21%

🔻หากอิง Valuation re-rating cycle ในอดีต มีโอกาสที่  PTTGC จะถูก re-rate PBV ขึ้น กลับขึ้นมาซื้อขายที่ระดับ -1SD จากระดับ -1.5SD  ในปัจจุบัน และอาจทำให้ Target price ของ PTTGC มาอยู่ที่ 41 บาท

ขณะที่ หากสงครามคลี่คลาย SCC อาจกลับมาซื้อขายที่ระดับ -1.5SD และอาจทำให้ Target price มาอยู่ที่ 233 บาท