SCB EIC หั่น GDP ไทยปี 2569 เหลือ 1.4% รับแรงกดดันสงคราม–น้ำมันพุ่ง เสี่ยงกระทบกำลังซื้อช่วงสงกรานต์
Categories : Update News, Finance, Economy
Public : 26/03/2026ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน SCB EIC. เปิดเผยว่า SCB ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือเติบโตเพียง 1.4% จากเดิม 1.8% สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดันราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นรวดเร็ว พร้อมเตือนความเสี่ยงเงินเฟ้อเร่งตัวและกำลังซื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์
ด้าน อัตราเงินเฟ้อไทยปีนี้มีแนวโน้มเร่งขึ้นสู่ระดับ 3.2% สูงกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย จากแรงกดดันด้านราคาพลังงาน อาหาร และต้นทุนโลจิสติกส์ ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนชะลอลงตามกำลังซื้อและความเชื่อมั่นที่ลดลง ขณะที่รายได้แรงงานที่แท้จริงยังหดตัว
ในฝั่งภาคธุรกิจ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะกดดันอัตรากำไร และทำให้หลายภาคส่วนชะลอการลงทุน ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น ส่งผลให้เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางมากขึ้น โดยมีความเสี่ยงเผชิญ “ขาดดุล 3 ด้าน” ทั้งบัญชีเดินสะพัด บัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย และการคลัง
น้ำมันขึ้น 6 บาท แนะรัฐทยอยปรับลดแรงกระแทกเศรษฐกิจ
SCB EIC ประเมินกรณีภาครัฐปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท/ลิตร มีแนวโน้มจะขึ้นอีกนั่ฃ้นควรใช้แนวทาง “ค่อยเป็นค่อยไป” เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจ และหลีกเลี่ยงภาระการคลังจากการตรึงราคาพลังงานระยะยาว
อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นราคาน้ำมันยังคงกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่การเดินทางและการใช้จ่ายมักเพิ่มสูงขึ้น จึงแนะภาครัฐเร่งดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมผลักดันการใช้พลังงานทดแทนเพื่อลดแรงกดดันในระยะสั้น และยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว
ชี้สงครามตะวันออกกลางดันวิกฤต “สองทาง” พลังงาน–ซัพพลายเชน
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบ Hormuz ซึ่งคิดเป็นราว 20% ของอุปทานโลกชะงักงัน ดันราคาพลังงานปรับขึ้นรวดเร็ว และสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพอุปทานในระยะยาว
SCB EIC ประเมิน 3 ฉากทัศน์ ได้แก่
-
กรณีฐาน ความขัดแย้งยุติใน 2 เดือน ราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ย 85 ดอลลาร์/บาร์เรล
-
กรณีเลวร้าย ยืดเยื้อ 4 เดือน ราคาน้ำมันเฉลี่ย 105 ดอลลาร์/บาร์เรล
-
กรณีรุนแรง ขยายวงกว้างเกิน 4 เดือน ราคาน้ำมันอาจพุ่งถึง 120 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งนี้ วิกฤตพลังงานครั้งนี้มีแนวโน้มลุกลามเป็น “วิกฤตสองทาง” ไม่เพียงกระทบราคาพลังงาน แต่ยังส่งผลต่อการขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญ เช่น เม็ดพลาสติก ปุ๋ย ยา และโลหะ
เศรษฐกิจไทยเสี่ยง Stagflation เหตุพึ่งพาพลังงานนำเข้าสูง
SCB EIC ระบุว่า ไทยมีความเสี่ยงสูงจากราคาพลังงาน เนื่องจากเป็นประเทศนำเข้าพลังงานสุทธิราว 8% ของ GDP และมีสัดส่วนพลังงานในตะกร้าเงินเฟ้อสูงถึง 12-13% ประกอบกับประสิทธิภาพการใช้พลังงานยังอยู่ในระดับต่ำ
ผลกระทบดังกล่าวอาจทำให้เศรษฐกิจไทยเผชิญภาวะ “Stagflation” หรือเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่เงินเฟ้อสูง โดยมีแรงกดดันผ่าน 5 ช่องทางหลัก ได้แก่ การค้าโลกที่ชะลอ ภาคท่องเที่ยวที่อ่อนแรง การบริโภคที่หดตัว ต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มขึ้น และความผันผวนในตลาดการเงิน
ทั้งนี้ SCB EIC ปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 เหลือ 33.2 ล้านคน จากเดิม 34.1 ล้านคน จากผลกระทบต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น แม้ยังมีแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย
จำกัดมาตรการรัฐ เหตุหนี้สาธารณะใกล้เพดาน
SCB EIC มองว่า แม้ภาครัฐจะมีมาตรการบรรเทาผลกระทบ เช่น กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ประสิทธิภาพอาจจำกัดมากขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต เนื่องจากระดับหนี้สาธารณะของไทยใกล้เพดาน 70% และรายได้ภาษีมีแนวโน้มชะลอลงตามเศรษฐกิจ
ส่งผลให้ภาครัฐต้องระมัดระวังการใช้นโยบายการคลังมากขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงต่อการขาดดุลการคลังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในระยะถัดไป
