“สงคราม”ป่วนบอนด์ยีลพุ่ง!! เอกชนชะลอออกหุ้นกู้ ไตรมาสแรก ขายแค่ 1.71แสนล้านลดลง 15.5% เทียบปีก่อน -ผิดนัดชำระเพิ่ม!!
Categories : Update News, Stock Market
Public : 03/04/2026“สงคราม”ป่วนบอนด์ยีลพุ่ง!! เอกชนชะลอออกหุ้นกู้ ไตรมาสแรก ขายแค่ 1.71แสนล้านลดลง 15.5% เทียบปีก่อน -ผิดนัดชำระเพิ่ม!!

นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการสมาคมตรสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ภาวะสงครามตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ตลาดเงินตลาดทุนโลกปั่นป่วน เห็นชัดจาก
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น: ในไตรมาส 1/2569 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond yield) ขยับตัวสูงขึ้นทุกรุ่นอายุในลักษณะ Bear Steepening โดย Bond yieldระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าระยะสั้น สืบเนื่องจากความกังวลอัตราเงินเฟ้อจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดย Bond yield ไทยรุ่นอายุ 2 ปี 5 ปี
ขณะที่ 10ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25, 42 และ 55 bps.จากสิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ระดับ 1.38%, 1.70% และ 2.21% ตามลำดับ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569
สำหรับ เส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชนปรับตัวสูงขึ้นในทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล: ในไตรมาส 1/2569 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ทุกอันดับเครดิตปรับตัวสูงขึ้น 28-59 bps. ใกล้เคียงกับการปรับขึ้นของพันธบัตรรัฐบาล ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้รุ่นอายุ 5 ปี อันดับเครดิต AAA AA A และ BBB+ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.09%2.35%2.82% และ 4.37% ตามลำดับ
ทั้งนี้ผลของขอนด์ยีลที่สูงขึ้นทำให้การออกหุ้นกู้ของภาคเอกชน ในงวดไตรมาสแรก หดตัวเหลือ 171,889 ล้านบาท ลดลง 15.5% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน
โดยผู้ออกในกลุ่ม Investment grade (IG) สามารถออกได้ใกล้เคียงหรือมากกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกและมูลค่าเฉลี่ยการออกที่ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ขณะที่กลุ่ม HY ออกหุ้นกู้โดยรวมได้น้อยกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกและมูลค่าเฉลี่ยการออกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย กลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ENERGY PROPERTY และFOOD and BEVERAGE ตามลำดับ
“ยังคงยืนเป้าหมายปีนี้หุ้นกู้เอกชน 8-9 แสนล้านแม้ไตรมาสแรกจะลดลง เพราะใน3ไตรมาสที่เหลือ มีหุ้นกู้คนบกำหนด 6.8แสนล้านบาท ขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ยสิ้นสุดขาลง หลังเงินเฟ้อพุ่งจากราคาน้ำมันที่ขยับตัวขึ้นมากหลังสงคราม ก็จะเป็นปัจจัยเร่งให้เอกชนตัดสินใจออกหุ้นกู้ล้อกต้นทุนได้ ”
สำหรับนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย19,589 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2569: โดยเป็นการซื้อสุทธิในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์รวม 56,061 ล้านบาท ก่อนพลิกเป็นการขายสุทธิในเดือนมีนาคม 36,472ล้านบาทหลังเกิดสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส
1/2569 นักลงทุนต่างชาติมีการซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 19,589 ล้านบาท และมียอดการถือครองเท่ากับ 9.37 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.1% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทยโดยตราสารหนี้ไทยที่ต่างชาติถือครองมีอายุคงเหลือเฉลี่ย 8.3 ปี เพิ่มขึ้นจาก 8.1 ปี เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา
น.ส อริยา ติรณประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ThaiBMAกล่าวถึงภาวะการผิดนัดชำระหนี้ ในงวดไตรมาสแรกว่ามีเพิ่มขึ้นมา ประมาณ 9พันล้าน และมีประมาณ 5 พันล้านบาทที่ขยับเข้าสู่การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และผู้ถือหุ้นกู้อนุมัติแล้ว และแนงโน้มการยืดอายุหรือขยายระยะเวลาในการชำระหุ้นกู้ก็น่าจะเพิ่มขึ้น จากผลกระทบจากสงครามที่ทำให้ต้ยทุนเพิ่มขึ้น
