SME D Bank โชว์ผลงานไตรมาสแรกปี 69 ทุบสถิติยอดปล่อยสินเชื่อโตสวนตลาด ดัน SMEs เข้าถึงแหล่งทุนทะลุ 1.98 หมื่นล้าน
Categories : Update News, Finance
Public : 29/04/2026นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวถึงผลการดำเนินงาน ไตรมาส 1/2569 สามารถปล่อยสินเชื่อได้กว่า 19,800 ล้านบาท เพื่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเตรียมอัดสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนต่ออีก 6 หมื่นล้านบาทในช่วงไตรมาส 2-3 ของปีนี้ ตั้งเป้าหมายเร่งยอดเบิกจ่ายสินเชื่อทั้งปีไม่น้อยกว่า 8 หมื่นล้านบาท โดยจะเน้นปล่อยสินเชื่อ 3 กลุ่มหลักได้แก่ อาหาร เกษตรแปรรูป สินเชื่อ green product เช่น พลังงานสะอาด สิ่งแวดล้อม ขานรับนโยบายรัฐบาล ซึ่งคาดว่ายอดสินเชื่อคงค้างปีนี้จะอยู่ที่ระดับไม่น้อยกว่า 1.05 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ยังดูแลกลุ่มเปราะบาง ประคับประคองธุรกิจอยู่รอดไปต่อได้กว่า 5,590 ราย สามารถบริหาร NPLs มีประสิทธิภาพ เหลือเพียง 7.86% ลดลงจากสิ้นปีก่อน และเร่งตั้งสำรองเตรียมความพร้อมเข้าสู่มาตรฐานการเงิน TFRS 9 ในปีหน้า โดยทยอยตั้งสำรองหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เฉลี่ยอีกเดือนละ 100 ล้านบาท ล่าสุดมียอดสำรองหนี้มากกว่า 158 % ของสินทรัพย์เสี่ยง มั่นในฐานะทางการเงินมีความแข็งแกร่งเพียงพอ โดยไม่ต้องขอเพิ่มทุนจากกระทรวงการคลัง

ประกาศพร้อมสานแนวทาง “ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ” ช่วยเอสเอ็มอีไทยต่อเนื่อง ใน “3 มิติสำคัญ” 1.เติมทุนเสริมสภาพคล่อง 2.ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และ 3.Upskill-Reskill เพิ่มทักษะ เพิ่มรายได้ ลดภาระธุรกิจ ปูทางสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ผ่านบริการ “ด้านเติมทุน” ที่ปรับปรุงกระบวนการอำนวยสินเชื่อและผ่อนปรนเงื่อนไข สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงสินเชื่อได้รวดเร็ว
"ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกเป็นไปตามเป้าหมาย ช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนกว่า 19,800 ล้านบาท สูงกว่า 11.75% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนมากเป็นการเติมทุนให้แก่ผู้ประกอบการรายเล็ก วงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างทำสถิติสูงกว่า 1 แสนล้านบาท สูงขึ้นกว่า 3.05% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีแนวคิดอยากจะเสนอขอขยายวงเงินปล่อยกู้ให้ได้มาากกว่า 50 ล้านบาทต่อราย รวมทั้งเตรียมแผนปรับสัดส่วนสินเชื่อจากปัจจุบันสินเชื่อส่วนใหญ่ 40% เป็นกลุ่มค้าปลีกค้าส่ง จึงอยากจะปรับสัดส่วนให้เพิ่มกลุ่มภาคการผลิตให้เพิ่มมาเป็น 40% เพื่อให้สอดรับกับนโยบายรัฐบาลมากขึ้น
ขณะเดียวกัน สนับสนุน “ด้านพัฒนา” เพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 1,900 ราย เน้นด้านการตลาด เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสธุรกิจผ่านช่องทางตลาดใหม่ เหมาะสมในยุคดิจิทัล รวมถึง แนะนำปรึกษาด้านลดต้นทุน ด้วยการใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยี นวัตกรรม สร้างการเติบโตยั่งยืน ผ่านกิจกรรม Onsite เช่น เปิดตลาด SME D Market ให้ผู้ประกอบการออกบูธฟรี สอนการทำตลาดออนไลน์ และใช้ AI ยกระดับธุรกิจ เป็นต้น ควบคู่เติมทักษะผ่าน Online ด้วยแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ใช้บริการสะดวกสบาย ทุกที่ ตลอด 24 ชม. โดยมีผู้ประกอบการสมัครสมาชิกและใช้บริการกว่า 5,370 ราย สูงกว่า 124% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดสมาชิก สะสมรวมกว่า 50,660 ราย
นอกจากนั้น ให้ความสำคัญดูแลช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ สามารถประคับประคองธุรกิจได้ต่อเนื่องกว่า 5,590 ราย เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ สอดคล้องตามความสามารถของกิจการ เป็นต้น

ส่งผลให้ภาพรวมบริหารจัดการสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) มีประสิทธิภาพ ลดลงเหลือ ณ สิ้นเดือน มีนาคม 2569 ประมาณ 7,857 ล้านบาท คิดเป็น 7.86% แบ่งเป็น NPLs ก่อนปี 2558 อยู่ที่ 5,127 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.13% และเป็น NPLs หลังปี 2558 อยู่ที่ 2,730 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.73% อีกทั้ง ให้ความสำคัญด้านบริหารความเสี่ยง ด้วยการตั้งสำรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานะ NCR (NPL Coverage Ratio) หรืออัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ สูงถึงประมาณ 158.52% สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพทางการเงินของธนาคาร
นายพิชิต กล่าวต่อว่า สำหรับการทำงานในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้ (2569) SME D Bank ยังคงยึดมั่นแนวทาง “ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ” อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีก้าวผ่านวิกฤตไปได้ และวางรากฐานสู่ธุรกิจสีเขียวสร้างความยั่งยืนในระยะยาว มุ่งสนับสนุนใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ “1.มิติเข้าถึงแหล่งทุน” จัดเตรียมวงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กและรายกลางเข้าถึงแหล่งเงินทุน อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี ช่วยให้มีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในภาวะวิกฤต รวมถึง สามารถยกระดับปรับตัวเพิ่มผลิตภาพ หันมาใช้พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 30 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ ยานพาหนะ EV เป็นต้น “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 1 ล้านบาท สนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และ “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ “2.มิติช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง” ผ่านแนวทาง 3 ลด ได้แก่ 1. ลดเงินต้น 2. ลดอัตราดอกเบี้ย และ 3. ลดค่างวด
โดยธนาคารจะพิจารณาตามความสามารถของกิจการ ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลดภาระการเงิน สามารถประคับประคองกิจการ รักษาการจ้างงาน สร้างโอกาสพลิกฟื้นกิจการ เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง และ “3.มิติยกระดับเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ” Upskill-Reskill สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ขยายตลาด เพิ่มรายได้ ลดภาระต้นทุนธุรกิจ พัฒนาสร้างรากฐานสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว (Green Business) เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ด้วยกิจกรรม Onsite ควบคู่ Online ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank ใช้บริการได้ที่ ตลอด 24 ชม.
