CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขาย Green Bond ยอดจองเกินวงเงินมากกว่า 2 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อธุรกิจที่มั่นคงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน

Categories : Update News, Stock Market, Energy

Public : 08/05/2026

CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขาย Green Bond ยอดจองเกินวงเงินมากกว่า 2 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อธุรกิจที่มั่นคงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน

นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 - 29 เมษายนที่ผ่านมา CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 3 ชุด มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท โดยมียอดจองเกินวงเงินที่เสนอขายมากกว่า 2 เท่า ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและทิศทางการเติบโตของบริษัท ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

“CKPower ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในหุ้นกู้และการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ซึ่งประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก สะท้อนความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัท และแนวทางการดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่มุ่งสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืน” นายธนวัฒน์กล่าว

สำหรับหุ้นกู้ของ CKPower ในครั้งนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยทริสเรทติ้งที่ “A-” แนวโน้มคงที่ ซึ่งเท่ากับอันดับเครดิตองค์กร และได้รับการจัดประเภทเป็น “หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures)” ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน Green Bond Principles 2021, Green Loan Principles 2025 และ Thailand Taxonomy 2023 และได้ผ่านการสอบทานโดยองค์กรรับรองมาตรฐานชั้นนำของโลก DNV ในฐานะผู้สอบทานอิสระ (Independent External Reviewer) สะท้อนถึงมาตรฐานการระดมทุนที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติในระดับสากล โดยหุ้นกู้มีจำนวน 3 ชุด ประกอบด้วย • หุ้นกู้อายุ 4 ปี จำนวน 2,500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.89 ต่อปี • หุ้นกู้อายุ 7 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.46 ต่อปี โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนด และ • หุ้นกู้อายุ 10 ปี จำนวน 1,500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.75 ต่อปี โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนด

เงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้จะนำไปใช้ในการลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศไทย และรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนที่สอดคล้องกับทิศทางพลังงานของโลก ความสำเร็จในการเสนอขายครั้งนี้ยังตอกย้ำบทบาทของ CKPower ในฐานะผู้ออก Green Bond ที่เชื่อมโยงการระดมทุนเข้ากับการพัฒนาโครงการพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

นายธนวัฒน์กล่าวว่า สำหรับแผนงาน 5 ปี (2569-2573) CKPower ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจากโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Private PPA และการยื่นประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นปี 2568 ที่ร้อยละ 65 และคาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ตามแผนในปี 2573 ทั้งนี้ CKPower พร้อมสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า และสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจบนสมดุลของความมั่นคงทางพลังงาน การสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งสนับสนุนทิศทางการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593

เกี่ยวกับ “บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower” บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ 3 ประเภท จำนวน 18 แห่ง รวมขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 3,640 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย (1) โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ภายใต้ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 46% (ถือผ่าน บริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 615 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ภายใต้ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 42.5% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์ และ โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง ภายใต้ บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 50% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,460 เมกะวัตต์ (2) โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 2 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 65% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 238 เมกะวัตต์ และ (3) โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 13 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางเขนชัย จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 100% จำนวน 11 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 28 เมกะวัตต์ ภายใต้บริษัท นครราชสีมา โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์ และภายใต้บริษัท เชียงราย โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 8 เมกะวัตต์