PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oilแข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY-กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขาปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Categories : Update News, Stock Market

Public : 13/05/2026

บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ธุรกิจ Non-Oil เติบโตต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่รายได้และกำไรขั้นต้นเติบโตมากกว่า 80% YoY จากการขยายสาขาแตะจำนวน 2,308 สาขาและการเพิ่มขึ้นของยอดขายจากสาขาเดิมผ่านสมาชิกบัตร PT Max Card และ PT Max Card Plus รวมถึงการพัฒนาแบรนด์ในเชิงคุณภาพ ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางเติบโต 5.2% YoY หนุนอัตรากำไรขั้นต้นเติบโต 6.1%YoY ตอกย้ำปี 2569 คงเป้ารายได้ธุรกิจ Non-Oilเติบโต 30-40% YoY และรักษาสัดส่วนกำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-Oil อยู่ที่ระดับ 40-45% ผ่านการบริหารพอร์ตธุรกิจ การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569) มีผลขาดทุนสุทธิ 174 ล้านบาท เทียบ YoY ที่มีกำไรสุทธิ 186 ล้านบาท หรือขาดทุน 194% YoY ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญเท่ากับ 205 ล้านบาท เทียบ YoY ที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ 190 ล้านบาท พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน 208.1% YoY และ 165.3% QoQ   สาเหตุหลักมาจากธุรกิจ Oil ที่มีกำไรขั้นต้นลดลง 15.9% YoY และ 19.2% QoQ เป็น 2,267 ล้านบาท จากความไม่สอดคล้องในเชิงเวลาระหว่างต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกจากสถานการณความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ในตะวันออกกลาง รวมถึงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันในประเทศ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นต่อลิตรลดลง 20.1% YoY และ 20.3%QoQ ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางเติบโต 5.2% YoY และ 1.5% QoQ สู่ระดับ 1,753 ล้านลิตร จากความต้องการใช้น้ำมันที่เร่งตัวขึ้นกว่าปกติในช่วงเดือนมีนาคม ขณะที่สัดส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเติบโต 6.1% YoY

ส่วนรายได้จากการขายและการให้บริการในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 56,832 ล้านบาท ลดลง 1.0% YoY แต่เพิ่มขึ้น 0.2% QoQ มีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและการให้บริการธุรกิจ Oil  มีจำนวน 50,312 ล้านบาท ลดลง 3.4% YoY เป็นผลจากราคาค้าปลีกน้ำมันเฉลี่ยหน้าสถานีบริการที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตามรายได้ธุรกิจ Oil ฟื้นตัวได้ 0.3% QoQ จากปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางที่เพิ่มขึ้น 1.5% QoQ  

ทั้งนี้ผลจากต้นทุนคงที่ที่สูงขึ้นตามการขยายสาขา  ประกอบกับแรงกดดันต่อกำไรดำเนินงานจากความผันผวนของธุรกิจ Oil ส่งผลให้ กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ลดลง 15.0% YoY และ 35.3% QoQ เป็น 1,281 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานไตรมาส1/2569 สะท้อนแรงกดดันจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม ที่เศรษฐกิจเริ่มเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ กระทบต่อต้นทุนพลังงาน ต้นทุนการขนส่ง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในหลายภาคส่วน ขณะที่ภาคธุรกิจและกำลังซื้อภายในประเทศยังฟื้นตัวได้อย่างจำกัดภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน

สำหรับธุรกิจ Non-Oil ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 50.6% YoY และ 5.7%QoQ สู่ระดับ 2,001 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างกาแฟพันธุ์ไทย ที่มีการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นมากกว่า 80% YoY จากการขยายสาขาและการเพิ่มขึ้นของยอดขายจากสาขาเดิม (Same-Store-Sales Growth: SSSG) ส่งผลให้สัดส่วนกำไรขั้นต้นจาก Non-Oil ขยับขึ้นสู่ระดับ 46.9% ของกำไรขั้นต้นรวม  สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างที่ต่อเนื่องของบริษัทฯ สู่พอร์ตธุรกิจที่มีความสมดุลและยืดหยุ่นต่อความผันผวนของตลาดพลังงานมากยิ่งขึ้น

ส่วนยได้จกกขายและกรให้บริการธุรกิจ Non-Oil ในไตรม1/2569 มีจนวน 6,520 ล้านบาทเติบโต 22.1% YoY แต่ลดลงเล็กน้อย 0.9% QoQ   ซึ่งมาจากธุรกิจกแฟพันธุ์ไทย โดยมีรยได้จกกรขยและกรให้บริกรอยู่ที่ 1,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.1% YoY และ 8.8% QoQ ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกรพัฒนแบรนด์ในเชิงคุณภาพ โดยจำนวนสแฟพันธุ์ไทย ณ สิ้นไตรมส มีจนวนสอยู่ที่ 2,308 าขา เพิ่มขึ้น 56.4% YoY หรือคิดเป็น 832 สาขา เทียบเท่ากับอัตรการขยายสาขามากกว่าสองสาขาต่อวัน และเพิ่มขึ้น 7.3% QoQ หรือ 157 าขา

ธุรกิจก๊LPG มีรยได้ 2,683 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% YoY และ 1.3% QoQ ได้รับแรงสนับสนุนหลักจกปริมการจำหน่ายก๊าซ LPG ที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเติบโต 2.9% YoY และ 1.5% QoQ เป็น 109 ้านกิโลกรัม โดยเฉพาะกลุ่ม๊าLPG คครัวเรือนที่เพิมขึ้น10.7% YoY และ 2.0% QoQ เป็น 26 ้านกิโลกรัม ตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดีกำไรขั้นต้นจกธุรกิจ Non-Oil คิดเป็นสัดส่วน 46.9% ของกไรขั้นต้นรวม โดยแบ่งเป็น กำไรขั้นต้นจากธุรกิจกแฟพันธุ์ไทย 22.5% ธุรกิจก๊าLPG 9.5% และธุรกิจอื่น ๆ อีก 14.9% ทิ ธุรกิจน้ำมัน ้านสะดวกซื้อ Max Mart ธุรกิจ ศูนย์บริกรซ่อมแซมและบำรุงรักษรถยนต์ Autobacs ธุรกิจร้านรซับเวย์ และธุรกิจน้ำมันเครื่อง Maxnitron เป็นต้น

ในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเป้ารายได้ธุรกิจNon-Oil เติบโต 30-40% YoY และรักษาสัดส่วนกำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-Oil ให้อยู่ที่ระดับ 40-45%ผ่านการบริหารพอร์ตธุรกิจ การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ส่วนธุรกิจ Oil ยังคงมีบทบทสคัญในกรสร้างกระแสเงินสดและเสถียรภพให้แก่กลุ่มบริษัท แม้ในช่วงไตรม1/2569 ธุรกิจพลังงนจะเผชิญกับควมผันผวนของร้ำมันโลกจกสถนกรณ์ควมขัดแย้งทางภูมิรัฐศสตร์ในตะวันออกกลง ซึ่งส่งผลต่อทิศทงรพลังงนในประเทศและสภวะกรแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน โดยบริษัทฯ ยังคงเป้าหมยปริมณการหน่าน้ำมัน่านทุกช่องทางในปี 2569 มเป้าที่ระดับ 3%–5% YoY แม้อยู่ภยใต้สภาวะเศรษฐกิจและตลดพลังงนที่ยังมีควมผันผวน

บริษัทฯ ยังคงดเนินธุรกิจภยใต้โครงสร้างกลยุทธ์ "Powering Thai Lives: Everywhere · Everyday · Everyone" อย่างต่อเนื่อง ผ่านกรเชื่อมโยงธุรกิจ Oil และ Non-Oil ยใต้ฐนสมชิก PT Max Card กว่ 25 ้านราย เพื่อเพิ่ควมถี่กรใช้บริกรและมูลค่าต่อลูกค้ายในระบบนิเวศ Max World พร้อมมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภพและกรบริหรต้นทุนอย่งมีประสิทธิภ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงดำเนินต่อไป

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภพชีวิตของคนไทยในทุกมิติของชีวิตประจวัน ตั้งแต่การเดินทาง อาหารและเครื่องดื่มไปจนถึงบริกรด้านยนยนต์และพลังงนสะอด ภยใต้วิสัยทัศน์ "อยู่ดี มีสุข" ที่สะท้อนควมตั้งใจของบริษัทฯ ในการเป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงเวลาในชีวิตของผู้บริโภคอย่างยั่งยืน