SCB WEALTH ปรับกลยุทธ์แนะนำการลงทุน ชู Where Your Wealth Finds its Path สร้างเส้นทางความมั่งคั่งทุกเป้าหมายชีวิต

Categories : Update News, Wealth

Public : 14/05/2026

           SCB WEALTH เดินหน้ายกระดับการให้คำแนะนำด้านการลงทุน ภายใต้แนวคิด “ Where Your Wealth Finds its Path ” สะท้อนมุมมองใหม่ของการบริหารความมั่งคั่งในยุคปัจจุบัน ที่เชื่อว่า การบริหารความมั่งคั่งไม่ได้มีคำตอบสำเร็จรูป และไม่สามารถกำหนดได้ด้วยผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง แต่เป็นเส้นทางที่ต้องออกแบบให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง

           นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Bankingธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในโลกการลงทุนที่ข้อมูลการลงทุนมีมากมายและเข้าถึงได้ง่าย ความท้าทายของผู้ลงทุนอยู่ที่การมีตัวเลือกมากเกินไปจนไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากเงินเฟ้อ ภาวะดอกเบี้ย ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของตลาดการเงิน ซี่งส่งผลให้การตัดสินใจลงทุนมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

        

ภายใต้บริบทนี้  SCB WEALTH มองว่า คุณภาพของคำแนะนำ มีความสำคัญมากกว่าปริมาณของข้อมูล โดยคำแนะนำที่ดีควรต้อง ครบถ้วน เข้าใจง่าย มีโครงสร้างชัดเจน  และเชื่อมโยงกับเป้าหมายชีวิตของลูกค้า ไม่ใช่เพียงการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกหรือผลิตภัณฑ์จำนวนมาก แนวคิด “ Where Your Wealth  Finds its Path ” จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นกรอบแนวคิด ที่ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถมองภาพรวมของการลงทุนได้อย่างชัดเจน และสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนของตนเองมากขึ้น บนระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ แนวคิดดังกล่าวตอกย้ำ Core Value เรื่อง HYPER-PERSONALIZATION ของ SCB WEALTH ที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการแบบเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง หนึ่งในหัวใจสำคัญของแนวคิดนี้  คือ การนำการเดินทาง (Journey) มาใช้ช่วยอธิบายการลงทุนให้เข้าใจง่ายขึ้น ผ่านรูปแบบทริปที่แตกต่างกันตามสไตล์และระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุน เพราะการเดินทางที่ไม่มีทริปใดแบบเดียวที่เหมาะกับทุกคน การลงทุนก็ไม่มีเส้นทางเดียวที่ตอบโจทย์ทุกคนเช่นกัน แต่ละคนมีจุดหมายปลายทางที่แตกต่างกัน มีระยะเวลาที่ไม่เท่ากันและระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนยอมรับได้ก็แตกต่างกันไป

SCB WEALTH จึงจัดโครงสร้างเส้นทางการลงทุนออกเป็น 3 รูปแบบหลัก เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าใจตนเองได้ง่ายขึ้น ได้แก่ 1) Chill Trip สะท้อนการลงทุนที่แบบไม่หวือหวา ให้ความสำคัญกับการหาโอกาสในการรับผลตอบแทนที่มากกกว่าการเงินฝาก แต่ไม่ต้องการรับความผันผวนมากเกินไป เน้นความสบายใจ ตัวอย่างกองทุนที่แนะนำเช่น กองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 5 ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ อินคัม (SCBINCA) และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Multi-Asset Core Portfolio Lite หรือ SCBGMLITE(A)  เป็นต้น

           (2) On the Road Trip  สะท้อนการลงทุนที่ผสมผสานระหว่างการเติบโต และการควบคุมความเสี่ยง แต่ยังมองหาโอกาสให้พอร์ตสามารถเติบโตมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความสมดุลระหว่างโอกาสเติบโตและความสบายใจ ยอมรับความผันผวนได้ในระดับหนึ่ง เช่น กองทุนผสมที่ลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์ที่หลากหลาย ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Multi-Asset Core Portfolio  (SCBGMCORE ) ภายใต้การบริหาจัดการของ BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก,  กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Allocation (SCBGA) ภายใต้การบริหารจัดการของ SCB Julius Baer และ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Cross Asset Investment Opportunity ( SCB CIO) ภายใต้การบริหารจัดการของ SCB CIO โดยกองทุนทั้ง 3 กองทุน มีความเสี่ยงอยู่ในระดับ 5

(3) Adventure Trip สะท้อนการลงทุนที่มุ่งแสวงหาโอกาสการเติบโตในระยะยาว  พร้อมรับความผันผวนที่สูงขึ้น เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบที่ดี เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่พร้อมเปิดรับความท้าทาย เปรียบเสมือนทริปผจญภัยที่ตื่นเต้น มีโอกาสค้นพบปลายทางที่แตกต่าง แต่ก็ต้องอาศัยความพร้อมและความเข้าใจความเสี่ยงที่มากขึ้นเช่นกัน ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (SCBS&P 500 )ระดับความเสี่ยง 6 ที่เน้นการลงทุนในบริษัทชั้นนำในสหรัฐอเมริกา , กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Semiconductor ( SCBSEMI)  ระดับความเสี่ยง 7 ที่เน้นสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทผู้นำด้าน Semiconductor ทั่วโลก เป็นต้น

นอกจากนี้ SCB WEALTH ยังมีกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ(USD) ที่ถูกวางบทบาทเป็นเสมือนPassport ของพอร์ตการลงทุน ที่ช่วยเปิดประตูให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงโอกาสในตลาดโลก เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ต และเสริมการกระจายความเสี่ยงในมิติของสกุลเงิน

ในเชิงโครงสร้างการให้บริการของแนวคิดนี้ ยังสะท้อนการผสานระหว่างเทคโนโลยีและคน อย่างสมดุล โดยการนำ AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล และออกแบบคำแนะนำที่สอดคล้องกับเป้าหมายของลูกค้ามากขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องอาศัยประสบการณ์ ความเข้าใจ และความไว้วางใจของลูกค้า ผ่านที่ปรึกษาการเงินการลงทุนรายบุคคล (Relationship Manager :RM )เข้ามาทำหน้าที่ในการวางแผนความมั่งคั่ง ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ที่ไม่สามารถใช้ข้อมูลเชิงตัวเลขมาพิจารณาได้เพียงอย่างเดียว