เจ้าแรก!!ของไทย DITTO ส่ง “สยามทีซี” ดันคาร์บอนเครดิตสู่ดิจิทัลแอสเสท ผ่าน Blue Green Token มูลค่า 400ล้านบาท นำป่าชายเลน 1.7หมื่นไร่หนุนหลัง ชูผลตอบแทนขั้นต่ำ 3% ต่อปี ถือยาวลุ้น 10.35%
Categories : Update News, Stock Market
Public : 26/05/2026เจ้าแรก!!ของไทย DITTO ส่ง “สยามทีซี” ดันคาร์บอนเครดิตสู่ดิจิทัลแอสเสท ผ่าน Blue Green Token มูลค่า 480 ล้านบาท นำป่าชายเลน 1.7หมื่นไร่หนุนหลัง ชูผลตอบแทนขั้นต่ำ 3% ต่อปี ถือยาวลุ้น 10.35%
นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) DITTOเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการ ออกบลูโทเคนว่า บริษัท ดำเนินธุรกิจด้านไอที ซึ่งเป็นธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ขณะที่ธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติเป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืน จึงมองเห็นโอกาสในการต่อยอดจากกิจกรรม CSR สู่ธุรกิจคาร์บอนเครดิต หลังจากช่วง 3-4 ปีก่อน กระแสคาร์บอนเครดิตและคริปโทเคอร์เรนซีได้รับความนิยมอย่างมาก จึงเริ่มศึกษาแนวทางนำคาร์บอนเครดิตมาพัฒนาเป็นดิจิทัลแอสเสทผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน
ทั้งนี้บริษัทได้รับสิทธิบริหารจัดการพื้นที่ป่าชายเลนรวมกว่า 170,000 ไร่ โดยจะนำพื้นที่ประมาณ 17,000 ไร่ มาพัฒนาในเฟสแรกสำหรับรองรับการออกโทเคน
บริษัทประเมินว่า พื้นที่ 17,000 ไร่ จะสามารถสร้างคาร์บอนเครดิตได้ราว 1 ล้านตันในระยะยาว แต่บริษัทเลือกนำมาใช้รองรับโครงการเพียง 400,000 ตัน เพื่อสร้าง Buffer รองรับความเสี่ยงจากปัจจัยธรรมชาติ และเพิ่มความมั่นใจให้แก่นักลงทุนว่าสามารถส่งมอบคาร์บอนเครดิตได้ตามจำนวน

สำหรับการออกโทเคนครั้งนี้ มีจำนวนรวม 400 ล้านโทเคน ราคาเสนอขายโทเคนละ 1.20 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนรวม 480 ล้านบาท อายุโครงการ 7 ปี โดยเงินที่ระดมได้จะนำไปพัฒนาและดูแลพื้นที่ป่าชายเลน รวมถึงสนับสนุนการสร้างคาร์บอนเครดิตในอนาคต
ด้านผลตอบแทน ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนขั้นต่ำ 3% ต่อปี ในลักษณะทบต้นทบดอก และหากถือครบ 7 ปี มีโอกาสได้รับผลตอบแทนรวมสูงสุดประมาณ 10.35% ตามมูลค่าคาร์บอนเครดิตที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
บริษัทมองว่า นักลงทุนที่สนใจโทเคนดังกล่าว ไม่ได้มองเพียงผลตอบแทนทางการเงิน แต่ยังให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมและการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเมกะเทรนด์ของโลกในอนาคต พร้อมเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทแม่ในระยะยาวได้อีกด้วย
ทั้งนี้การออกครั้งนี้ได้รับอนุญาตจากกลต แล้วและอยู่ในระหว่างดำเนินการคาดว่าจะขายได้ในไตรมาส3นี้
