SENA พลิกเกมอสังหาฯ สู่ Green Lifestyle Platform เมื่อ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่ แต่คือเครื่องมือบริหารต้นทุนชีวิต
Categories : Update News, Property
Public : 28/05/2026ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยไม่ได้แข่งขันกันแค่ “ทำเล” หรือ “ราคา” อีกต่อไป SENA Development กำลังพยายามเปลี่ยนบทบาทตัวเองจากผู้ขายบ้าน ไปสู่ “พาร์ตเนอร์ระยะยาว” ที่ช่วยลูกค้าบริหารต้นทุนชีวิตในอนาคต
แนวคิดนี้ถูกนิยามใหม่ภายใต้วิสัยทัศน์ “Lifelong Trusted Partner” ที่มองว่าหน้าที่ของแบรนด์ไม่ได้จบลงวันที่ลูกค้าโอนบ้าน แต่เพิ่งเริ่มต้นหลังจากวันนั้น
เพราะวันนี้ คนซื้อบ้านไม่ได้กังวลแค่ผ่อนบ้านไหวหรือไม่ แต่กำลังคิดไปไกลกว่านั้น ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ดอกเบี้ย รวมถึงค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทุกปี
SENA จึงเริ่มทรานส์ฟอร์มตัวเองจาก “Developer” สู่ “Green Lifestyle Platform” ที่เชื่อม บ้าน พลังงาน รถ EV และโซลูชันการเงิน เข้าไว้ใน Ecosystem เดียว
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อนาคตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะไม่ได้แข่งขันกันแค่ราคาและทำเลอีกต่อไป แต่คือความสามารถในการช่วยให้ผู้คน “ลดต้นทุนชีวิต” ได้จริง
“วันนี้คนไม่ได้มองแค่ราคาบ้าน แต่เริ่มมองต้นทุนหลังเข้าอยู่ ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว เราเชื่อว่า Green Lifestyle ไม่ควรเป็นเรื่องของคนบางกลุ่ม แต่ควรเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้จริงในชีวิตประจำวัน”
ค่าเดินทางคนไทยสูงมาก ประมาณ 16% ของรายได้ ดังนั้นถ้าลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง ก็นั้นหมายความว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น
จุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในวันที่กระแสรถ EV หรือพลังงานสะอาดกำลังมาแรง แต่เริ่มมาตั้งแต่กว่า 15 ปีก่อน ในวันที่ “Solar Rooftop” ยังเป็นเรื่องไกลตัวของคนไทย
SENA คือหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทย ที่นำระบบ Solar Rooftop มาติดตั้งในโครงการบ้านจัดสรรอย่างจริงจัง และเป็นรายแรกที่รวมต้นทุน Solar เข้าไปในราคาบ้าน เพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น
จากวันนั้นถึงวันนี้ SENA Solar Energy ติดตั้ง Solar Rooftop แล้วกว่า 1,500 หลังคาเรือน ครอบคลุมทั้งลูกค้าบ้านจัดสรร ลูกค้ารายย่อย และองค์กรธุรกิจ
บริษัทมองว่า “Solar” กำลังเปลี่ยนสถานะจาก “ทางเลือก” ไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานของชีวิต” ท่ามกลางค่าไฟที่สูงขึ้น และความต้องการลดต้นทุนระยะยาวของผู้บริโภค
จุดแข็งสำคัญของ SENA คือความเข้าใจเรื่อง “พลังงานสำหรับการอยู่อาศัย” ตั้งแต่ระบบไฟในบ้าน การชาร์จรถ EV ไปจนถึงการออกแบบระบบพลังงานให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตจริงของลูกค้า
ขณะเดียวกัน SENA ยังขยายเกมสู่ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ผ่าน SENA Green Auto ในฐานะ EV Platform แบบ Multi-brand ปัจจุบันมีแบรนด์หลักในพอร์ต ได้แก่ DEEPAL, OMODA & JAECOO และ LEAPMOTOR พร้อมศูนย์บริการครบวงจรบนถนนอ่อนนุช–สุขุมวิท 75
แต่สิ่งที่ SENA พยายามขาย ไม่ใช่แค่ “รถ EV”
บริษัทกำลังพยายามสร้าง Ecosystem ที่เชื่อม “บ้าน + Solar + EV + การเงิน” เข้าด้วยกัน
ลูกค้าสามารถติดตั้ง Solar ควบคู่กับการซื้อรถ EV ใช้ไฟจาก Solar ชาร์จรถที่บ้าน ช่วยลดทั้งค่าไฟและค่าน้ำมันในระยะยาว พร้อมมีบริการสินเชื่อ Non-Bank อย่าง “เงินสดใจดี” เข้ามาช่วยวางแผนการเงิน เพื่อให้การเริ่มต้นใช้พลังงานสะอาดเป็นเรื่องเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
นี่คือโมเดลธุรกิจใหม่ที่ SENA เชื่อว่าจะเป็น “New Growth Engine” ขององค์กรในอนาคต
เฉพาะไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจ Solar อยู่ที่ 10 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าสร้างรายได้ 153 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดขายรถ EV ปีนี้ไว้ที่ 1,000 คัน
ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง และปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ SENA มองว่าผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวจากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การแข่งขันด้าน “การช่วยลดภาระชีวิต” ให้ลูกค้ามากขึ้น
เพราะปัญหาของคนไทยวันนี้ ไม่ใช่แค่ “อยากซื้อบ้านหรือไม่” แต่คือ “ซื้อแล้วจะอยู่รอดในระยะยาวหรือเปล่า”
ดร.เกษรา ยอมรับว่า ตลาดอสังหาฯ ปี 2569 ยังเหนื่อย ทั้งจากกำลังซื้อที่อ่อนตัว ปัญหากู้ไม่ผ่าน และพฤติกรรม “ปฏิเสธตัวเอง” ของผู้บริโภคที่เริ่มชะลอการตัดสินใจซื้อ เพราะไม่มั่นใจต่อเศรษฐกิจและรายได้ในอนาคต
แม้มาตรการผ่อนคลาย LTV จะช่วยประคองตลาดได้บางส่วน แต่ยังไม่ใช่คำตอบหลักของปัญหา เพราะสิ่งที่ตลาดกำลังเผชิญจริง คือความสามารถในการกู้ที่ลดลง และต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้นต่อเนื่อง
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ SENA มองว่า อนาคตของอสังหาริมทรัพย์จะไม่ได้ขายแค่ “บ้าน” แต่ต้องขาย “Ecosystem การอยู่อาศัย” ที่ช่วยให้ผู้คนบริหารค่าใช้จ่ายระยะยาวได้อย่างยั่งยืน
จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ วันนี้ SENA กำลังพยายามเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น Green Lifestyle Platform ที่ดูแลลูกค้าตั้งแต่บ้าน พลังงาน การเดินทาง ไปจนถึงคุณภาพชีวิตในอนาคต
เพราะสำหรับ SENA แล้ว “บ้าน” อาจไม่ใช่จุดจบของการขาย แต่คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับผู้คน
