ตลท.เปิดผลโรดโชว์ ลอนดอน จีน ฮ่องกง พบต่างชาติเชื่อมั่นพื้นฐาน เศรษฐกิจไทย หลังมูดดีส์อัพมุมมอง! มั่นใจรับมือเงินไหลซื้อ ไอพีโอ SpaceXได้ พร้อมนัดคลังคุยรายละเอียด TISA

Categories : Update News, Stock Market

Public : 09/06/2026

ตลท.เปิดผลโรดโชว์ ลอนดอน จีน  ฮ่องกง พบต่างชาติเชื่อมั่นพื้นฐาน เศรษฐกิจไทย หลังมูดดีส์อัพมุมมอง! มั่นใจรับมือเงินไหลซื้อ ไอพีโอ SpaceXได้ พร้อมนัดคลังคุยรายละเอียด TISA

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังมีเสถียรภาพและผันผวนน้อยกว่าหลายตลาดในภูมิภาค แม้จะเผชิญแรงกดดันจากการปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในต่างประเทศ รวมถึงกระแสการเตรียมระดมทุนครั้งใหญ่ของ SpaceX ที่มีมูลค่ากว่า 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจดึงสภาพคล่องจากตลาดทุนทั่วโลกในระยะสั้น

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยมีจุดแข็งจากโครงสร้างที่มีการกระจายตัวของอุตสาหกรรมสูง ทำให้นักลงทุนสามารถหมุนเวียนเงินลงทุน (Rotate) ไปยังกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ เช่น พลังงาน โรงพยาบาล และการท่องเที่ยวได้ เมื่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชะลอตัว

จากการเดินสายโรดโชว์ในอังกฤษ ฮ่องกง และจีน พบว่านักลงทุนต่างชาติยังคงเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย หลังจาก Moody’s ปรับมุมมอง (Outlook) ประเทศไทยเป็น “Stable” รวมถึงเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและต้นทุนพลังงานได้ดี พร้อมคาดหวังผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและโครงการ JUMP+ ที่มุ่งยกระดับศักยภาพบริษัทจดทะเบียนไทย

ข้อมูลตั้งแต่ต้นปี 2569 ถึงวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ระบุว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยกว่า 25,000 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 37,000 ล้านบาท ส่วนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 70,000 ล้านบาท และบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิราว 10,000 ล้านบาท

สำหรับการซื้อขายภาคเช้าวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ดัชนี SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.16 จุด ปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,581.84 จุด มูลค่าการซื้อขาย 42,806 ล้านบาท โดยมีหุ้น DELTA เป็นแรงหนุนสำคัญ หลังราคาปรับขึ้น 20 บาท หรือกว่า 5%

นอกจากนี้ ตลท. อยู่ระหว่างหารือร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อผลักดัน “บัญชีออมลงทุนไทย” หรือ TISA (Thailand Investment Saving Account) ให้มีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งในด้านประเภทสินทรัพย์ที่เข้าหลักเกณฑ์และวงเงินลงทุน โดยคาดว่าจะช่วยส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวของประชาชน

ขณะเดียวกัน ไทยยังเตรียมรับอานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านการส่งเสริมการลงทุนของ BOI โดยปีที่ผ่านมา มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเกือบ 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในไตรมาสแรกปี 2569 มีคำขอเพิ่มเติมกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งกระบวนการ Fast Track เพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนจริงโดยเร็ว

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระยะต่อไป ได้แก่ ธุรกิจ Data Center ระบบคลาวด์ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และสาธารณูปโภค ที่จะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของการลงทุนขนาดใหญ่ในประเทศ.