3ปัจจัยบวกหนุนขึ้นไทยช่วง5เดือนพุ่ง25%รั้งอันดับ3 ของโลกพุ่งโดดเด่น
Categories : Update News, Stock Market
Public : 10/06/2026หุ้นไทยเดือนพ.ค.โดดเด่นอันดับ 3 ของโลก รับแรงหนุนเศรษฐกิจฟื้น-เงินทุนต่างชาติไหลเข้า กว่า 2 หมื่นล้าน แนะจับตาเงินเฟ้อสหรัฐและหุ้นเทคโนโลยี
ดร ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หวหน้าสายงานกลยุืธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยภาพรวม ตลาดหุ้นไทยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนโดดเด่นราว 5% และนับจากต้นปีถึงปัจจุบัน หุ้นไทยให้ผลตอบแทน 25%และนับรวมปันผลน่าจะขึ้นมา 30% นับเป็นหนึ่งในตลาดที่ปรับตัวขึ้นดีที่สุดของโลก โดยอยู่ในอันดับ 3 รองจากตลาดหุ้นไต้หวัน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมามองบวกต่อเศรษฐกิจไทย หลังตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่ภาครัฐทยอยออกมาตรการประคับประคองเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมมาจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในเกณฑ์ดี รวมถึงมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยในตลาดหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นแตะระดับประมาณ 63,000 ล้านบาทต่อวัน ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยแล้วกว่า 20,000 ล้านบาทนับตั้งแต่ต้นปี

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะความกังวลเรื่องสงคราม ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐ หลังตัวเลขการจ้างงานออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน และต้องจับตาตัวเลขเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด หากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น อาจส่งผลให้เฟดกลับมาพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เริ่มเผชิญแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลงราว 5% จากระดับสูงสุดก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนต่อมูลค่าหุ้นในกลุ่มดังกล่าว
“แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) จะขยับขึ้นแตะระดับ 5% แต่ยังไม่น่ากังวลมากนัก เนื่องจากตลาดรับรู้แนวนโยบายการเงินของสหรัฐไปพอสมควรแล้ว อีกทั้งตลาดทุนไทยยังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าเมื่อเทียบกับหลายช่วงในอดีต“
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีไม่มาก ทำให้ได้รับผลกระทบจากแรงขายในกลุ่มดังกล่าวค่อนข้างจำกัด ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังให้ความสนใจหุ้นไทยในฐานะตลาดที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงและเป็นแหล่งพักเงินในช่วงที่ตลาดโลกมีความผันผวน
อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการโยกย้ายเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่อาจขายหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดเกิดใหม่เพื่อนำเงินกลับไปลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐ ซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดในระยะสั้นได้
ในอีกด้านหนึ่ง ภาคตลาดทุนยังอยู่ระหว่างการยกระดับมาตรฐานการทำความรู้จักลูกค้า (KYC) เพื่อปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงด้านธุรกรรมทางการเงินในอนาคต
ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนพฤษภาคม 2569
