ทริสชี้ Virtual Bank กระทบธนาคารดั้งเดิมจำกัด! แต่อนาคตเป็นปัจจัยเร่งแข่งขันสูง!

Categories : Update News, Finance

Public : 18/06/2026
การเปิดตัวธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ในไทยนับเป็นก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของภูมิทัศน์ภาคการเงิน
ผลกระทบในระยะเริ่มต้นต่อธนาคารดั้งเดิมจะยังคงมีจำกัด เนื่องจากธนาคารไร้สาขาต้องใช้เวลาในการขยายขนาดธุรกิจ แต่จะค่อย ๆ เข้ามาเป็นตัวเร่งให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ และกดดันให้ธนาคารดั้งเดิมต้องปรับตัว
กลุ่มพันธมิตรทั้ง 3 ราย ได้แก่ CLICX Bank, BankX, และ Ascend Bank ต่างมีจุดแข็งและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป

 

จุดเริ่มต้นของธนาคารไร้สาขาในประเทศไทย

การเปิดตัวของ CLICX Bank ในเดือนมิถุนายน 2569 โดยมีธนาคารไร้สาขาอีกสองแห่งที่จะเปิดตัวตามมาในช่วงปีนี้ถือเป็นก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ที่ช่วยยกระดับภูมิทัศน์ทางการเงินของประเทศไทย ด้วยการดำเนินงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบไม่มีสาขาเต็ม 100% ธนาคารไร้สาขาเหล่านี้ถูกกำหนดให้เข้ามาเสนอบริการลุ่มผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Unserved) และกลุ่มที่ยังไม่ได้รับบริการทางการเงินอย่างเพียงพอและเหมาะสม (Underserved) เป็นหลัก ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการสร้างการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากโมเดลธุรกิจที่มีต้นทุนการดำเนินงานต่ำแล้ว ธนาคารไร้สาขาจึงมีความพร้อมในการขับเคลื่อนการแข่งขันในตลาดและจุดประกายให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้ดียิ่งขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ในการนี้ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)และกรอบการทำงานารใช้ประโยชน์จากข้อมูล (Open Data Frameworks) จะทำให้ธนาคารไร้สาขาสามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นและสามารถปล่อยสินเชื่อให้แก่กลุ่มลูกค้าที่ธนาคารแบบดั้งเดิมเคยหลีกเลี่ยงในอดีตเนื่องจากมองว่ามีความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูงกว่า

 

การเปรียบเทียบระหว่างธนาคารไร้สาขากับธนาคารแบบดั้งเดิม

การกำกับดูแล: ธนาคารไร้สาขาดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวดของ ธปท. เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิมทั้งในด้านความปลอดภัย การกำกับดูแลกิจการที่ดี และการคุ้มครองผู้บริโภค นอกจากนี้ เงินฝากที่ธนาคารไร้สาขายังได้รับความคุ้มครองเต็มจำนวนโดยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การกำกับดูแลธนาคารไร้สาขานั้นยิ่งมีความเข้มงวดมากกว่าในด้านอื่น ๆ เช่น ความเสี่ยงด้านดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยด้านไซเบอร์ และเสถียรภาพด้านการดำเนินงาน นอกเหนือจากนี้ ธนาคารไร้สาขายังจะต้องมีการแยกโครงสร้างการดำเนินงานออกจากสถาบันการเงินอื่น ๆ อย่างเด็ดขาดอีกด้วย

ความคล่องตัวในการดำเนินงาน: ธนาคารไร้สาขามีความแตกต่างจากธนาคารแบบดั้งเดิมทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และโครงสร้างต้นทุน โดยความแตกต่างเหล่านี้มีรากฐานมาจากการที่ระบบถูกสร้างขึ้นบนโครงสร้างการทำงานแบบดิจิทัลตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งทำให้ไม่มีข้อจำกัดจากระบบโครงสร้างพื้นฐานเดิมแบบธนาคารดั้งเดิม ที่มักเป็นอุปสรรคและทำให้การออกผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นไปได้อย่างล่าช้า ด้วยเหตุนี้ ธนาคารไร้สาขาจึงสามารถปรับตัวได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วเมื่อต้องการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

การเข้าถึงลูกค้าและต้นทุนการให้บริการ: ด้วยการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศดิจิทัลและข้อมูลทางเลือก ธนาคารไร้สาขาจึงน่าที่จะสามารถประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตได้แม่นยำยิ่งขึ้นซึ่งจะช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อให้แก่ลุ่มผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิมและกลุ่มที่ยังไม่ได้รับบริการทางการเงินอย่างเพียงพอและเหมาะสม เช่น ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบอาชีพรับจ้างอิสระ (ฟรีแลนซ์) พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และบัณฑิตที่จบใหม่ โดยการทลายข้อจำกัดด้านเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ และเมื่อผสานรวมกับขั้นตอนการดำเนินงานในรูปแบบดิจิทัลที่ง่ายขึ้น โมเดลธุรกิจที่มีต้นทุนต่ำกว่าเช่นนี้จึงช่วยให้ธนาคารไร้สาขาสามารถเสนออัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากที่ดึงดูดใจได้มากกว่าควบคู่ไปกับการคิดค่าธรรมเนียมที่ถูกลง