เงินบาทแตะอ่อนค่าสุดรอบ 13 เดือน หุ้นไทยผันผวน จับตาฟันด์โฟลว์-ข้อมูลเศรษฐกิจโลก
Categories : Update News, Finance
Public : 28/06/2026เงินบาทผันผวน แตะอ่อนค่าสุดในรอบ 13 เดือน ก่อนฟื้นตัวปลายสัปดาห์ จับตาฟันด์โฟลว์-ข้อมูลเศรษฐกิจโลก
เงินบาท เคลื่อนไหวผันผวนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอ่อนค่าทะลุระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 13 เดือนที่ 33.48 บาทต่อดอลลาร์ จากแรงหนุนของเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น และแรงกดดันจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ
ในช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทอ่อนค่าตามสกุลเงินเอเชีย ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ การขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก รวมถึงแรงขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะรายการ Big Lot ในกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค ยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันเงินบาท
แรงกดดันต่อเงินบาทเพิ่มขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ หลังตลาดประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้จะไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น หลังตัวเลขเงินเฟ้อ PCE และ Core PCE เดือนพฤษภาคมออกมาตามคาด
ขณะเดียวกัน ผลการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% พร้อมส่งสัญญาณว่าระดับดอกเบี้ยปัจจุบันยังเหมาะสม ทำให้ตลาดคาดว่าไทยอาจคงดอกเบี้ยต่อเนื่องตลอดปี 2569
อย่างไรก็ตาม เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ หลังมีเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทย
สัปดาห์ 29 มิ.ย. - 3 ก.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทไว้ที่ 33.00-33.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย กระแสเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ตะวันออกกลาง รวมถึงข้อมูลตลาดแรงงาน ดัชนี PMI และ ISM ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ตลอดจนตัวเลขเงินเฟ้อของยูโรโซน และดัชนี PMI ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ
หุ้นไทยผันผวน ปิดลบปลายสัปดาห์ ต่างชาติขาย-หุ้นอิเล็กทรอนิกส์กดดันตลาด
ตลาดหุ้นไทย เคลื่อนไหวผันผวนตลอดสัปดาห์ ก่อนปิดในแดนลบ โดยช่วงต้นสัปดาห์ดัชนีได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคาร แต่การปรับขึ้นยังถูกจำกัดจากแรงขาย Big Lot ของหุ้นบริษัทพลังงานรายใหญ่
ต่อมา ดัชนีปรับตัวลงแรงตามแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ และแรงกดดันจากตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะการเทขายหุ้นเทคโนโลยี ส่งผลให้หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวลงนำตลาด
ระหว่างสัปดาห์ ตลาดฟื้นตัวได้บางส่วน หลังมีรายงานข่าวเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมถึง กนง. ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.3% จากเดิม 1.5% ซึ่งช่วยกระตุ้นแรงซื้อกลับในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายสัปดาห์ ตลาดกลับมาเผชิญแรงขายอีกครั้ง นำโดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมากดดันบรรยากาศการลงทุน หลังมีรายงานเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ แม้สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว
สำหรับ สัปดาห์ 29 มิ.ย. - 3 ก.ค. 2569 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย (KSecurities) ประเมินแนวรับดัชนีไว้ที่ 1,535 และ 1,520 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,565 และ 1,575 จุด
ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ข้อมูลตลาดแรงงานและดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ อัตราเงินเฟ้อยูโรโซน รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการลงทุนในระยะต่อไป
