บัวหลวงคัดหุ้น สะสมหุ้น Laggards ราคายังต่ำกว่าก่อนสงคราม-รับต้นทุนและการเดินทางทยอยกลับสู่ปกติ “กลุ่มเครื่องดื่ม-อาหาร โรงแรม และโรงพยาบาล”
Categories : Update News, Stock Market
Public : 29/06/2026สะสมหุ้น Laggards ราคายังต่ำกว่าก่อนสงคราม-รับต้นทุนและการเดินทางทยอยกลับสู่ปกติ “กลุ่มเครื่องดื่ม-อาหาร โรงแรม และโรงพยาบาล”
โดย พิริยพล คงวาณิช (Pizza), นักกลยุทธ์
BLS Wealth Research
🔻 การปรับตัวลงของต้นทุนพลังงานหนุนธีมการลงทุน "การกลับสู่ภาวะปกติ" (Normalization Plays): ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลดลงสู่ระดับ US$73-75/บาร์เรล ใกล้เคียงระดับก่อนเกิดสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ความกังวลด้านต้นทุนพลังงานและการเดินทางเริ่มผ่อนคลายลง ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายส่วนทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงครึ่งหลังของปี 🔻 ต้นทุนการผลิตเริ่มทยอยผ่านจุดสูงสุด (Cost Normalization) หนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไร: การปรับลดลงของราคาพลังงานเริ่มส่งผ่านไปยังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกัน ทั้งราคาทูน่า เม็ดพลาสติก และเหล็ก คาดแรงกดดันจะลดลงต่อเนื่องและหนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไร (Margin Recovery) ของกลุ่มอาหาร-เครื่องดื่ม: 🔻การเดินทางทยอยกลับสู่ภาวะปกติ (Travel Normalization) หนุนกลุ่มท่องเที่ยวและโรงพยาบาล: ต้นทุนการเดินทางที่คาดจะทยอยลดลง ขณะที่ ภาครัฐเตรียมเสนอใช้งบกลางปี 70 ไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2026” กระตุ้นท่องเที่ยวหนุนกลุ่มท่องเที่ยวเพิ่มเติม อีกทั้ง นักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อ ช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนของจีน (Summer Holiday) ช่วงเดือนก.ค.–ส.ค., วันหยุด Golden Week จีนเดือนต.ค. และงาน Tomorrowland ในเดือนธ.ค. โดยนักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังกลับมาเติบโต 18% YoY ในช่วง 5M26 🔻เศรษฐกิจไทยคาดทำจุดต่ำสุดใน 3Q26 ก่อนทยอยฟื้นตัว (Economic Normalization) แต่ Upside ตลาดยังจำกัดบริเวณ 1,620 จุด 🔻กลยุทธ์เน้นหุ้น Laggards ราคายังต่ำกว่าก่อนสงคราม-ต้นทุนทยอยลดหนุนกำไรผ่านจุดต่ำสุด-ปันผลสูง เน้น trading กลุ่มเครื่องดื่ม-อาหาร โรงแรม และโรงพยาบาล 🔹ICHI (คาดการณ์ปันผลปี 2026 ที่ 7%) *Not in BLS coverage: สินค้าน้ำด่างคาดเติบโต 30-40% YoY ในเดือนเม.ย.-พ.ค. (18% ของรายได้รวม) ขณะที่ ชาเขียวคาดฟื้นตัว 2-4% YoY (จาก -5% YoY ใน 1Q26) หนุนรายได้รวมคาดโต ~10% YoY, ได้แรงหนุนจากโครงการไทยช่วยไทย, ต้นทุนพลาสติกคาดสูงสุดใน 2Q26 ก่อนลดลงในครึ่งหลัง หนุน margin 🔹TU (คาดการณ์ปันผลปี 2026 ที่ 6%): กำไรคาดทำจุดต่ำสุดใน 2Q26 ก่อนทยอยฟื้นตัวในครึ่งหลัง, ราคาต้นทุนทูน่าปรับลดจาก US$2,000/ตัน (มี.ค.) → US$1,730/ตัน (พ.ค.), ต้นทุนพลังงานและ packaging เริ่มผ่อนคลาย (ราคาเหล็กอ่อนตัวจากจุดสูงสุด พ.ค.), ต้นทุนผ่านจุดพีคแล้ว แต่ยังมี spill over บางส่วนใน 3Q26 🔹ERW: แนวโน้มรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ช่วง 2Q26 กลับมาเติบโตเป็นบวก +4% YoY, สัดส่วนลูกค้าจีนและอินเดียรวมกันอยู่ที่ 21% อยู่ในระดับสูงเทียบกับกลุ่ม คาดฟื้นชัดหลังจำนวนนักท่องเที่ยวจีน 5M26 เติบโตกว่า +18% YoY แซงเวียดนาม, คาดได้แรงหนุนต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มเร่งตัวจากช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนของจีน (Summer Holiday) ช่วงก.ค.–ส.ค. ต่อด้วยช่วง Golden Week จีนเดือนต.ค.,สัดส่วนโรงแรมกรุงเทพฯ + พัทยา คิดเป็น 69% ของรายได้ ทำให้จะได้รับประโยชน์จากงานประชุมและอีเวนต์ (MICE / Events) ใน 4Q26 ทั้งการประชุม IMF2026 ในเดือนต.ค. และงาน Tomorrowland ในเดือนธ.ค. 🔹BH: กำไร 2Q26 คาดเป็นจุดต่ำสุด ก่อนฟื้นตัวในครึ่งหลัง, ประเมินผู้ป่วยต่างชาติกลับมาแล้ว 60-70% (เดือนพ.ค.) ของ pre-war และมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง หลังสงครามคลี่คลาย
