EVAT เปิดแผน 2 ปี ดันไทยสู่ศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าอาเซียน เร่งสร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร
Categories : Update News, Energy, Economy
Public : 03/07/2026สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เปิดวิสัยทัศน์คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ วาระปี 2569-2571 (2026-2028) ภายใต้แนวคิด "Driving Forward a Sustainable and Competitive EV Ecosystem" เดินหน้าสานต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ xEV ของไทย โดยตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยให้เป็น ศูนย์กลางการผลิตและระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน
นาย สุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญในช่วง 2 ปีข้างหน้าคือการยกระดับระบบนิเวศ EV ทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิตรถยนต์ ชิ้นส่วน แบตเตอรี่ โครงสร้างพื้นฐาน สถานีชาร์จ มาตรฐานความปลอดภัย การพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน เพื่อให้อุตสาหกรรมเติบโตอย่างมีคุณภาพและแข่งขันได้ในระดับสากล
6 ยุทธศาสตร์หลัก ขับเคลื่อน EV ไทย
คณะกรรมการบริหารชุดใหม่แบ่งการทำงานออกเป็น 6 ด้านสำคัญ ได้แก่
1.ด้านวิชาการ พัฒนาองค์ความรู้ มาตรฐาน และบุคลากร พร้อมเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
2.ด้านการผลิตยานยนต์ มุ่งยกระดับมาตรฐานการผลิตรถ EV ในไทย ผลักดันการใช้ศูนย์ทดสอบภายในประเทศ สนับสนุนการเปลี่ยนรถราชการเป็นรถ EV และขยายการส่งเสริมไปยังรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
3.ด้านชิ้นส่วนและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เร่งพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกว่า 2,000 ราย สนับสนุนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) และเชื่อมโยงความร่วมมือกับผู้ผลิตรถยนต์ ภาครัฐ และสถาบันการศึกษา
4.ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ผลักดันมาตรฐานสถานีชาร์จ การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าแบบรวดเร็ว (Fast Track) พัฒนาระบบข้อมูลกลาง National EV Roaming Hub รวมถึงเตรียมมาตรฐาน Battery Passport เพื่อรองรับการแข่งขันในอนาคต
5.ด้านส่งเสริมการใช้และประชาสัมพันธ์ เดินหน้าสร้างความรู้เรื่อง EV ให้ประชาชน พร้อมเปิดโครงการ ASEAN EV Registration Intelligence ฐานข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับภาครัฐ นักลงทุน ผู้ประกอบการ และนักวิจัย
6.ด้านเลขาธิการ ทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานของทุกฝ่าย วางแผนยุทธศาสตร์ กำกับแผนปฏิบัติการ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ
มอง EV เป็นมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า
EVAT ระบุว่า การพัฒนาอุตสาหกรรม EV ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มจำนวนรถหรือสถานีชาร์จเท่านั้น แต่ต้องสร้าง ระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่แข็งแรง ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้ใช้ ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ ผู้ให้บริการไฟฟ้า หน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
สมาคมฯ ย้ำว่า การผลักดันอุตสาหกรรม EV ให้เติบโตอย่างมั่นคง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อช่วยลดมลพิษจากภาคขนส่ง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาว พร้อมวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน.
